Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Arsenal

เปิดสถิติ อาร์เซน่อล นำก่อนแต่พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีก

Share your love

อาถรรพ์จ่าฝูงคริสต์มาส! เปิดสถิติสุดช้ำ “อาร์เซน่อล” กับฝันค้างที่ไปไม่ถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก

ประเด็น: จ่าฝูงช่วงคริสต์มาส vs โอกาสคว้าแชมป์ | ทีม: อาร์เซน่อล | อัปเดต: 26 ธันวาคม 2025

คำกล่าวที่แฟนบอลรู้กันดี แต่ทำไมมันถึงไม่เคยเป็นของอาร์เซน่อล?

ในโลกของพรีเมียร์ลีกมีวลีอมตะที่ถูกหยิบยกมาพูดซ้ำแทบทุกฤดูกาลว่า “ใครเป็นจ่าฝูงช่วงคริสต์มาส มักจะได้ฉลองแชมป์ตอนจบฤดูกาล” เพราะช่วงปลายเดือนธันวาคมคือจุดกึ่งกลางของฤดูกาล เป็นช่วงที่ทีมที่มีความสม่ำเสมอ ระบบทีมลงตัว และขุมกำลังแข็งแรงมักจะเริ่ม “ยืนระยะ” ได้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง วลีนี้กลับกลายเป็นเหมือนมีดสองคม โดยเฉพาะกับสโมสรอย่าง อาร์เซน่อล ที่ทุกครั้งที่ขึ้นนำในช่วงเทศกาลแห่งความสุข กลับมักจบลงด้วยความเจ็บปวดแบบเดิม ๆ ราวกับประวัติศาสตร์ตั้งใจฉายภาพซ้ำให้เห็นว่าการเป็นที่หนึ่งในช่วงคริสต์มาสสำหรับ “เดอะ กันเนอร์ส” อาจไม่ได้แปลว่าเข้าใกล้แชมป์ แต่มันอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าช่วงที่หนักที่สุดกำลังจะเริ่มต้น และบททดสอบความนิ่งของพวกเขากำลังรออยู่ในครึ่งหลังของฤดูกาล

📊 ย้อนรอย 4 ครั้งหลังสุด: นำก่อนแต่โดนแซงทุกที

ฤดูกาล สถานะช่วงคริสต์มาส จุดเปลี่ยนสำคัญ บทสรุปปลายฤดูกาล
2002/03 จ่าฝูง เครื่องจักรแมนฯ ยูไนเต็ดเร่งเครื่องช่วงท้าย โดนแซงเสียแชมป์แบบเจ็บแสบ
2007/08 จ่าฝูง เอดูอาร์โด้เจ็บหนัก ทีมเสียขวัญ ฟอร์มหลุด จบอันดับ 3
2022/23 จ่าฝูง นำยาว 248 วัน แต่แมนฯ ซิตี้ปิดงานช่วงท้าย สถิตินำยาวที่สุดแต่ไม่ได้แชมป์
2023/24 จ่าฝูง ความนิ่งและประสบการณ์ของแมนฯ ซิตี้ในโค้งสุดท้าย พลาดแชมป์เพียง 2 คะแนน

2002/03: แชมป์เก่าที่สะดุด และยูไนเต็ดที่ “รู้วิธีชนะ” มากกว่า

ย้อนกลับไปฤดูกาล 2002/03 อาร์เซน่อลในฐานะแชมป์เก่าเริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่งและก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาส พวกเขามีทีมที่ครบเครื่องทั้งเกมรุกที่เร็วและดุดัน รวมถึงความมั่นใจจากการเป็นผู้ชนะมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนั้นกลายเป็นบทเรียนอันเจ็บปวดคือ “ความเก๋าในการปิดงาน” เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มเร่งเครื่องอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อาร์เซน่อลสะดุดในช่วงเวลาที่ไม่ควรพลาด แม้จะไม่ใช่การพังทลายแบบฉับพลัน แต่เป็นการเสียแต้มแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในลีกที่แข่งกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ การเสียแต้มเพียงไม่กี่ครั้งก็เพียงพอให้ทุกอย่างเปลี่ยน และท้ายที่สุด “ปีศาจแดง” คือทีมที่วิ่งเข้าเส้นชัยได้ก่อน พร้อมทิ้งให้อาร์เซน่อลต้องยืนมองแชมป์หลุดมือไปอีกครั้ง

Arsenal

2007/08: ดาวรุ่งของเวนเกอร์กับเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งทีม “เสียขวัญ”

ฤดูกาล 2007/08 คืออีกปีที่อาร์เซน่อลเคยเข้าใกล้ความสมหวังอย่างมาก ทีมดาวรุ่งพลังหนุ่มของ อาร์แซน เวนเกอร์ เล่นฟุตบอลที่สวยงาม ไหลลื่น และครองจ่าฝูงยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่สิ่งที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนคือเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากอาการบาดเจ็บหนักของ เอดูอาร์โด้ ซึ่งไม่ได้กระทบแค่เชิงแท็กติกหรือขุมกำลัง แต่มันกระทบ “จิตใจ” และความมั่นใจของทีมทั้งชุด เมื่อทีมเริ่มเล่นด้วยความลังเล ความกลัวการปะทะ และความเปราะบางในเกมใหญ่ตามมา ผลลัพธ์คือฟอร์มที่หลุดลงอย่างเห็นได้ชัด จนท้ายที่สุดอาร์เซน่อลหลุดจากเส้นทางลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว และจบฤดูกาลได้เพียงอันดับ 3 ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทีมที่ถูกมองว่า “พร้อมสุด” สำหรับการคว้าแชมป์

2022/23: 248 วันบนบัลลังก์ที่ไม่เคยได้ฉลอง

หากต้องเลือกฤดูกาลที่ทำให้แฟนอาร์เซน่อลเจ็บปวดที่สุดในยุคใหม่ ฤดูกาล 2022/23 คือหนึ่งในนั้น เพราะอาร์เซน่อลภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่ได้แค่เป็นจ่าฝูงช่วงคริสต์มาส แต่พวกเขาครองตำแหน่งจ่าฝูงยาวนานถึง 248 วัน กลายเป็นสถิติ “นำยาวนานที่สุดแต่ไม่ได้แชมป์” ความรู้สึกของแฟนบอลในปีนั้นไม่ใช่แค่ผิดหวัง แต่เป็นความรู้สึกว่าแชมป์อยู่ใกล้ปลายนิ้วมากเหลือเกิน ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเร่งเครื่องในช่วงท้ายตามสไตล์ทีมที่มีประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์มาหลายปี ความต่างสำคัญอยู่ที่ความลึกของขุมกำลังและความนิ่งในเกมที่ต้องชนะ ซิตี้สามารถเก็บชัยต่อเนื่องได้ยาวกว่า และอาร์เซน่อลสะดุดในช่วงที่ความล้าและแรงกดดันเริ่มกัดกิน เมื่อถึงเส้นชัย ทีมสีฟ้าคือฝ่ายยืนหนึ่ง ส่วนอาร์เซน่อลต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ พร้อมรอยแผลทางใจที่ใหญ่กว่าเดิม

man city

2023/24: ฉายภาพซ้ำ แพ้ความนิ่งของซิตี้เพียง 2 แต้ม

ฤดูกาลถัดมา 2023/24 สถานการณ์เหมือนถูกถ่ายสำเนา อาร์เซน่อลกลับมานำจ่าฝูงช่วงคริสต์มาสอีกครั้ง เล่นได้ยอดเยี่ยมแทบตลอดปี 2024 และสร้างความเชื่อว่า “ปีนี้แหละ” อาจเป็นปีแห่งการปลดล็อก แต่พรีเมียร์ลีกไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งคือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีความนิ่งและความต่อเนื่องระดับเครื่องจักร ซิตี้ค่อย ๆ เก็บแต้มอย่างไม่สะดุด ในขณะที่อาร์เซน่อลมีช่วงที่คะแนนหลุดมือเพียงเล็กน้อย แต่เล็กน้อยนั้นกลับมีความหมายมหาศาลในตอนสรุปฤดูกาล และสุดท้ายอาร์เซน่อลพลาดแชมป์ไปเพียง 2 คะแนน นั่นคือความเจ็บปวดแบบ “ใกล้มาก แต่ไม่ถึง” ที่ทำให้คำว่าอาถรรพ์จ่าฝูงคริสต์มาสยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่แฟนบอลปืนใหญ่

ปี 2025/26: ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หรือจะจบลงที่ความสมหวัง?

และตอนนี้ในฤดูกาล 2025/26 อาร์เซน่อลกลับมายืน ณ จุดเดิมอีกครั้งด้วยการเป็นจ่าฝูงช่วงคริสต์มาส ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 5 ในยุคพรีเมียร์ลีก ท่ามกลางคำถามเดิม ๆ ที่ดังขึ้นจากทุกทิศทางว่า “พวกเขาจะก้าวข้ามคำสาปได้หรือไม่” ความจริงคือครึ่งหลังของฤดูกาลคือช่วงที่โหดที่สุด ไม่ใช่เพราะทุกทีมแข่งกันหนักเท่านั้น แต่เพราะทุกทีมรู้แล้วว่าต้องทำอะไรเพื่ออยู่รอดหรือลุ้นเป้าหมายของตัวเอง เมื่อแรงกดดันเพิ่มขึ้น ความผิดพลาดจะมีราคาแพงขึ้น และรายละเอียดเล็ก ๆ จะกลายเป็นตัวตัดสินใหญ่ โดยอาร์เซน่อลไม่ได้ต้องต่อสู้กับแค่แมนฯ ซิตี้ ที่ตามหลังมาแบบหายใจรดต้นคอเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับผู้ท้าชิงหน้าใหม่อย่าง แอสตัน วิลล่า ที่กำลังบินสูงด้วยโมเมนตัมและความมั่นใจ หากอาร์เซน่อลอยากหยุดวงจรฝันค้าง พวกเขาต้องตอบให้ได้ในสามเรื่องสำคัญ นั่นคือความนิ่งในเกมใหญ่ ความสามารถในการเก็บชัยในเกมที่ควรชนะ และการบริหารขุมกำลังให้ยืนระยะผ่านช่วงเตะถี่โดยไม่เสียสมดุล เพราะสุดท้ายแล้ว การเป็นจ่าฝูงช่วงคริสต์มาสอาจไม่ได้รับประกันอะไรเลย แต่สำหรับอาร์เซน่อล มันคือ “สัญญาณ” ว่าพวกเขามีโอกาสอยู่ในมืออีกครั้ง และคำถามเดียวคือจะทำให้มันจบลงด้วยรอยยิ้มได้หรือไม่

.

ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง goaldaddyth.com

Over-score.com ทุกสกอร์ที่คุณไม่พลาด อัปเดตทันใจ

Pickscore365.com วิเคราะห์บอล แม่นยำ อัปเดตทุกวัน

Share your love

Stay informed and not overwhelmed, subscribe now!