Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Reijnders

ไรน์เดอร์ส เปิดใจ! หลังถูกยกไปเปรียบเทียบกับตำนาน “เดอ บรอยน์”

Share your love

“ผมไม่ใช่เดอ บรอยน์คนใหม่” ไรน์เดอร์ส เปิดใจหลังถูกเปรียบเทียบกับตำนานแมนฯ ซิตี้

ประเด็น: แข้งใหม่แมนฯ ซิตี้ | การเปรียบเทียบกับ เควิน เดอ บรอยน์ | ปรัชญาเป๊ป กวาร์ดิโอล่า | อัปเดต: ธันวาคม 2025

แรงกดดันตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งหลัก

การย้ายเข้ามาสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักเตะคนใด และสำหรับ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส มิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มันยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อชื่อของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกที่ลงสนามในสีเสื้อ “เรือใบสีฟ้า” กระแสในหมู่แฟนบอลและสื่อเริ่มตั้งคำถามทันทีว่า นี่คือผู้สืบทอดบทบาทของจอมทัพชาวเบลเยียมหรือไม่ แต่สำหรับไรน์เดอร์สแล้ว เขาเลือกที่จะตอบคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา และชัดเจนกว่าที่หลายคนคาดคิด

🗣️ “ผมไม่ใช่เดอ บรอยน์คนใหม่” คำตอบที่สะท้อนตัวตน

ไรน์เดอร์สยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่าการถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักเตะระดับโลกอย่างเดอ บรอยน์ คือเกียรติและคำชมที่ยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ย้ำชัดว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายหรือบทบาทที่เขาพยายามจะเป็น “ผมเคารพเดอ บรอยน์อย่างมาก เขาคือหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แต่ผมไม่คิดว่ามันยุติธรรมกับใครทั้งนั้นถ้าจะเรียกผมว่าเขาคนใหม่” คำพูดนี้สะท้อนแนวคิดของนักเตะที่เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ เพราะไรน์เดอร์สมองว่าการพยายามเดินซ้ำรอยตำนานคือกับดักที่อาจทำให้ผู้เล่นหลงทาง และเขาเลือกที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองถนัดมากกว่า

Reijnders

บทบาทที่แตกต่าง: มิดฟิลด์เบอร์ 8 ไม่ใช่เพลย์เมกเกอร์แท้

หากเดอ บรอยน์คือเพลย์เมกเกอร์ธรรมชาติที่คุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสจากการจ่ายบอลสุดคม ไรน์เดอร์สกลับนิยามตัวเองว่าเป็นมิดฟิลด์แบบ Box-to-Box หรือหมายเลข 8 ที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมทั้งสองฝั่ง เขาไม่ได้ยืนรอบอลเพื่อเปิดเกมรุกเพียงอย่างเดียว แต่พร้อมวิ่งขึ้นลงตลอด 90 นาที มีส่วนร่วมกับเกมรับ และสอดขึ้นไปในพื้นที่อันตรายเมื่อมีโอกาส จุดเด่นของเขาคือการเคลื่อนที่โดยไม่ต้องมีบอล การหาพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ และการมาถึงจุดจบของจังหวะรุก ซึ่งสถิติในช่วงต้นฤดูกาลแสดงให้เห็นว่าไรน์เดอร์สมักจะมีโอกาสยิงประตูอย่างน้อย 2 ครั้งต่อเกม แม้จะไม่ได้เป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์เกมเหมือนเดอ บรอยน์ก็ตาม

เรียนรู้จากตำนาน โดยไม่พยายามเป็นตำนานคนนั้น

แม้จะยืนยันว่าไม่อยากถูกเปรียบเทียบ แต่ไรน์เดอร์สก็ไม่ปฏิเสธว่าเขาเรียนรู้จากเดอ บรอยน์มาโดยตลอด โดยเฉพาะรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้กองกลางระดับโลกแตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป หนึ่งในนั้นคือเทคนิค “Scanning” หรือการกวาดสายตามองรอบตัวก่อนรับบอล เพื่อรับรู้ตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีม คู่แข่ง และพื้นที่ว่างล่วงหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ให้ความสำคัญอย่างมากในระบบของแมนฯ ซิตี้ ไรน์เดอร์สยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เขาพยายามฝึกฝนอย่างจริงจัง เพราะมันช่วยให้การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีแม่นยำขึ้น และทำให้เขาเข้ากับจังหวะเกมที่รวดเร็วของพรีเมียร์ลีกได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ความท้าทายภายใต้ระบบของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

การย้ายจาก เอซี มิลาน มาสู่เอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวราว 46.5 ล้านปอนด์ ไม่ได้มาพร้อมแค่โอกาส แต่ยังมาพร้อมความคาดหวังระดับสูงสุด ไรน์เดอร์สยอมรับว่าระบบของเป๊ปเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องตำแหน่งยืน การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และความเข้าใจเชิงแท็กติกที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ แต่เขามองว่านี่คือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาเป็นมิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบ “ที่นี่ไม่มีใครเล่นได้แค่ดี คุณต้องเล่นให้ถูกต้องในทุกจังหวะ” คือสิ่งที่เขาได้รับตั้งแต่วันแรก และนั่นคือความท้าทายที่ทำให้ไรน์เดอร์สเชื่อว่าเขาจะยกระดับตัวเองขึ้นไปได้อีกขั้น

บทสรุป: เส้นทางของไรน์เดอร์ส ไม่จำเป็นต้องเดินตามใคร

ในยุคหลังเดอ บรอยน์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้มองหาการสร้างสำเนาของตำนานขึ้นมาแทนที่ แต่กำลังมองหาผู้เล่นที่สามารถเติมเต็มระบบในรูปแบบใหม่ และทิยานี่ ไรน์เดอร์ส กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเข้าใจบทบาทนั้นเป็นอย่างดี เขาอาจไม่ใช่ “เดอ บรอยน์คนใหม่” และนั่นอาจเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับทั้งตัวเขาและสโมสร เพราะในระบบของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ความแตกต่างและความเข้าใจเกมคือกุญแจสำคัญ และเส้นทางของไรน์เดอร์สกำลังเริ่มต้นขึ้นในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

.

.

ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง goaldaddyth.com

Over-score.com ทุกสกอร์ที่คุณไม่พลาด อัปเดตทันใจ

Pickscore365.com วิเคราะห์บอล แม่นยำ อัปเดตทุกวัน

Share your love

Stay informed and not overwhelmed, subscribe now!