Breaking News


Popular News




Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Match Report
อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงทีมที่เล่นฟุตบอลได้สวยงาม แต่เป็นทีมที่มี “สภาพจิตใจของผู้ท้าชิงแชมป์อย่างแท้จริง” หลังบุกไปพลิกสถานการณ์จากการตามหลังตั้งแต่นาทีต้นเกม ก่อนจะเอาชนะ บอร์นมัธ ได้อย่างสุดระทึก 3-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความกดดัน ความผิดพลาด และการตอบสนองเชิงคุณภาพของผู้นำในทีม
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงยืดสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกเป็น 5 นัดติดต่อกัน แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของอาร์เซน่อลในฤดูกาล 2025/26 ว่าเป็นทีมที่ “ไม่ตายง่าย” ต่อให้ต้องเผชิญกับความผิดพลาดส่วนบุคคลหรือแรงกดดันจากการเป็นจ่าฝูงก็ตาม

เกมเริ่มต้นด้วยฝันร้ายของทีมเยือน เมื่อเพียงนาทีที่ 3 กาเบรียล มากัลเญส จ่ายบอลขวางสนามหน้ากรอบเขตโทษตัวเองพลาด เปิดโอกาสให้ เอวานิลสัน ดักบอลก่อนแปเข้าไปง่ายๆ ส่งให้บอร์นมัธออกนำอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลเจ้าถิ่น และความนิ่งงันของแผงหลังปืนใหญ่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แยกอาร์เซน่อลชุดนี้ออกจากทีมในอดีตคือ “การตอบสนองหลังความผิดพลาด” แทนที่จะเสียสมาธิ พวกเขาค่อยๆ ตั้งเกมและกลับมาคุมจังหวะได้อีกครั้ง จนในนาทีที่ 18 กาเบรียลคนเดิมแก้ตัวได้สำเร็จ เมื่อโฉบเข้ามาซ้ำลูกยิงของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่ไปชนเสา ส่งให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
แม้จะตีเสมอได้ แต่รูปเกมในครึ่งแรกยังไม่ไหลลื่นอย่างที่อาร์เตต้าต้องการ อาร์เซน่อลดูมีอาการล้าจากโปรแกรมที่อัดแน่น และเกือบต้องเสียประตูอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะกว่า 30 หลาของ จัสติน ไคลเวิร์ต ที่เฉี่ยวเสาออกไปอย่างหวุดหวิด เป็นสัญญาณเตือนว่าคืนนี้จะไม่ง่ายอย่างแน่นอน
การปรับแท็กติกในช่วงพักครึ่งของ มิเกล อาร์เตต้า เริ่มเห็นผลชัดเจนในครึ่งหลัง เมื่ออาร์เซน่อลขยับไลน์แดนกลางสูงขึ้น และปล่อยให้ ดีแคลน ไรซ์ มีอิสระในการสอดขึ้นมาจากแถวสองมากขึ้น ผลลัพธ์คือการเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมอย่างสิ้นเชิง
นาทีที่ 55 มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมจ่ายบอลเรียดเข้าพื้นที่ว่างหน้าเขตโทษ และเป็นไรซ์ที่วิ่งมาซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูแซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่สะท้อนถึงความมั่นใจของมิดฟิลด์ค่าตัวสถิติสโมสรอย่างแท้จริง
อาร์เซน่อลยังไม่ผ่อนเกม และจุดตัดสินมาถึงในนาทีที่ 71 เมื่อ บูคาโย่ ซาก้า ตัวสำรองที่ถูกส่งลงมา เปลี่ยนเกมด้วยความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลทะลุแนวรับบอร์นมัธไปถึงสุดเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางให้ ไรซ์ คนเดิมเข้าชาร์จจ่อๆ เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ และเป็นช่วงเวลาที่ทำให้แนวรับเจ้าบ้านเริ่มเสียสมาธิอย่างชัดเจน

แม้จะถูกกดดัน แต่บอร์นมัธไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และมาได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จาก เอลี่ จูเนียร์ ครูปี้ ในช่วงท้ายเกม ทำให้ 10 นาทีสุดท้ายเต็มไปด้วยความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลแสดงให้เห็นถึงความเก๋าในการบริหารเกม ชะลอจังหวะ รักษารูปทรง และปิดพื้นที่สำคัญ จนสามารถประคองสกอร์ไว้ได้จนสิ้นเสียงนกหวีด
ชัยชนะนัดนี้ทำให้อาร์เซน่อลยืดสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกเป็น 5 นัดติดต่อกัน และยิงประตูในลีกได้ต่อเนื่องถึง 17 นัด ซึ่งสะท้อนถึงความสม่ำเสมอในเกมรุก ขณะเดียวกัน พวกเขาทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปชั่วคราวเป็น 6 คะแนน แม้คู่แข่งจะยังมีเกมในมือก็ตาม
สำหรับบอร์นมัธ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิมที่ยังแก้ไม่ตก นั่นคือการรักษาสกอร์นำ พวกเขาไม่ชนะใครมาแล้ว 11 นัดติดต่อกัน และเป็นทีมที่ทำแต้มหล่นหายจากสถานการณ์ขึ้นนำมากที่สุดในลีกฤดูกาลนี้ถึง 16 คะแนน ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขหากไม่ต้องการถูกดึงเข้าสู่โซนอันตรายในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
คืนนี้อาร์เซน่อลไม่ได้ชนะด้วยฟอร์มที่สมบูรณ์แบบ แต่ชนะด้วย “คาแร็กเตอร์ของทีมแชมป์” พวกเขาล้มแล้วลุก ตอบสนองต่อความผิดพลาด และมีผู้นำอย่าง ดีแคลน ไรซ์ ที่ก้าวออกมารับผิดชอบในช่วงเวลาสำคัญ หากปืนใหญ่ยังคงผ่านเกมยากๆ ในลักษณะนี้ไปได้อย่างต่อเนื่อง เส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 ก็จะชัดเจนขึ้นทุกสัปดาห์
แฟนบอลตัวจริงต้องไม่พลาด อัปเดตผลบอลเมื่อคืน พร้อมลิงก์ ดูบอลสดวันนี้ ฟรี ไม่มีสะดุด