Breaking News
Popular News


Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Match Report & Tactical Insight
หากนี่คือหนึ่งในบททดสอบที่โหดที่สุดของเชลซีในฤดูกาล 2025/26 เกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ก็คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ทีมที่เพิ่งปลดกุนซืออย่าง เอ็นโซ มาเรสก้า ต้องบุกมาเยือนแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และมีเดิมพันถึงตำแหน่งจ่าฝูงของลีกเป็นฉากหลัง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 90 นาทีเศษ ไม่ได้สะท้อนภาพของทีมที่กำลังสับสน หากกลับเป็นเชลซีที่เล่นด้วยวินัย ความอดทน และหัวใจนักสู้ ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นันด์ส จะสวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอในนาทีที่ 90+4 แบ่งแต้มล้ำค่ากลับลอนดอน พร้อมทำให้แมนฯ ซิตี้สะดุดเสมอเป็นนัดที่สองติดต่อกันในปี 2026

ภายใต้การคุมทีมของกุนซือชั่วคราวอย่าง แคลัม แม็คฟาร์เลน เชลซีเลือกแนวทางที่ชัดเจนตั้งแต่นาทีแรก นั่นคือการตั้งรับเป็นบล็อกต่ำ รักษาระยะห่างระหว่างไลน์ และรอจังหวะโต้กลับเร็ว แม้จะเป็นฝ่ายครองบอลน้อยกว่า แต่ทีมเยือนก็มีโอกาสสร้างความตกใจให้เจ้าถิ่นจากจังหวะยิงของ เอสเตเวา ที่เกือบผ่านมือแนวรับซิตี้เข้าไป
แมนฯ ซิตี้ ค่อยๆ เพิ่มจังหวะบุกตามสไตล์ ฟิล โฟเด้น และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เริ่มหาพื้นที่ระหว่างไลน์ ขณะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้โอกาสจบสกอร์หลายครั้ง รวมถึงลูกยิงชนเสาอย่างจังในช่วงท้ายครึ่งแรก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าประตูของเจ้าถิ่นกำลังจะมา
นาทีที่ 42 ความพยายามของซิตี้ก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ ไทจานี่ ไรน์เดอร์ส เก็บบอลตกในเขตโทษก่อนซัดเต็มแรงเสียบเพดานตาข่าย ส่งให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 และปิดครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบตามรูปเกม
หลังพักครึ่ง เชลซีปรับจังหวะการเล่นให้กล้าขึ้น โดยยังคงโครงสร้างเกมรับที่รัดกุม แต่เพิ่มความเร็วในจังหวะสวนกลับ เปโดร เนโต้ มีโอกาสทองในการตีเสมอจากระยะเผาขน ทว่าลูกยิงกลับข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งเป็นจังหวะที่อาจเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้เร็วกว่านี้
ทางฝั่งแมนฯ ซิตี้ ยังคงพยายามปิดเกม ฮาลันด์ขยับหาพื้นที่มากขึ้น แต่ถูกแนวรับเชลซี โดยเฉพาะ เบอนัวต์ บาเดียชิล อ่านเกมและเข้าสกัดได้อย่างแม่นยำหลายครั้ง จนทำให้จังหวะจบสกอร์ของดาวยิงชาวนอร์เวย์ไม่ถนัดเหมือนเคย

ช่วงท้ายเกม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เมื่อทั้ง ยอสโก้ กวาร์ดิโอล และ รูเบน ดิอาส มีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก ความเปลี่ยนแปลงในแนวรับทำให้ซิตี้เสียความต่อเนื่องในการยืนตำแหน่ง และเปิดช่องให้เชลซีเริ่มดันเกมสูงขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ในขณะที่แฟนบอลเจ้าถิ่นเริ่มเตรียมฉลองชัยชนะ เชลซีกลับไม่ยอมแพ้ มาโล กุสโต้ กระชากบอลขึ้นทางฝั่งขวาก่อนเปิดบอลกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ แนวรับซิตี้สกัดไม่ขาด บอลลอยมาเข้าทาง เอ็นโซ แฟร์นันด์ส ที่เติมขึ้นมาซัดเต็มข้อที่เสาไกล บอลพุ่งผ่านมือ เอแดร์ซอน เข้าไปอย่างเด็ดขาด
เสียงเฮของแฟนเชลซีดังสวนกับความเงียบงันในเอติฮัด ประตูนี้ไม่ใช่แค่การตีเสมอ แต่เป็นสัญลักษณ์ของหัวใจและความมุ่งมั่นของทีมที่กำลังถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องทิศทางและอนาคตของสโมสร
ผลเสมอ 1-1 ทำให้แมนฯ ซิตี้ เก็บได้เพียงแต้มเดียว มี 42 คะแนน และตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เซน่อลเพิ่มเป็น 6 คะแนน พร้อมทั้งยุติสถิติชนะรวดในบ้าน 8 นัดติดต่อกัน ขณะที่เชลซีขยับยึดอันดับ 5 ต่อไป มี 31 แต้ม และยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป
สำหรับ แคลัม แม็คฟาร์เลน นี่คือผลงานที่เกินความคาดหมายในฐานะกุนซือชั่วคราว และเป็นหลักฐานว่าภายใต้ความวุ่นวาย เชลซียังคงมีโครงสร้างทีมและคาแรกเตอร์ที่พร้อมต่อสู้กับทีมระดับท็อปของลีก
ไทจานี่ ไรน์เดอร์ส (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – แม้ทีมจะไม่ชนะ แต่เขาคือหัวใจในแดนกลางของเจ้าถิ่น ทั้งการคุมจังหวะเกม การแย่งบอล และประตูสุดสวยที่เกือบจะเป็นประตูชัย
แฟนบอลสามารถติดตาม อัปเดตข่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งหมดได้ที่นี้