Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Ruben Amorim

แมนฯ ยูไนเต็ด จ่ายอ่วม 50 ล้านปอนด์! เซ่นการปลด อโมริม

Share your love

จ่ายอ่วม! แมนฯ ยูไนเต็ด จ่อสูญเงินกว่า 50 ล้านปอนด์ หลังสั่งปลด “รูเบน อโมริม” — บทเรียนราคาแพงจากการเปลี่ยนกุนซือซ้ำซาก

Premier League | Football Finance & Club Strategy 

การประกาศแยกทางกับ รูเบน อโมริม ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2026 ไม่ได้สะเทือนเฉพาะในมุมของฟุตบอลและแท็กติกเท่านั้น หากแต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงงบการเงินของสโมสรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนี่อาจกลายเป็นหนึ่งใน “การปลดกุนซือที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก” เมื่อรวมทุกต้นทุนที่เกี่ยวข้องเข้าไว้ด้วยกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์กีฬาและการบริหารสโมสรประเมินตรงกันว่า ตัวเลขความเสียหายทางการเงินจากดีลนี้อาจพุ่งสูงถึงระดับ 50 ล้านปอนด์ หรือราว 2,250 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของแมนฯ ยูไนเต็ดได้ชัดเจนไม่แพ้ผลงานในสนาม นี่ไม่ใช่แค่ค่า “ชดเชย” ของกุนซือคนหนึ่ง แต่คือผลสะสมจากวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในรอบกว่าทศวรรษ

เจาะลึกตัวเลข: ทำไมการปลดอโมริมถึงแพงขนาดนี้

ดร. วิลสัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการศึกษาจาก University Campus of Football Business ในลอนดอน ได้ให้มุมมองเชิงลึกว่า ตัวเลข 50 ล้านปอนด์ไม่ได้เป็นการคาดการณ์แบบเกินจริง แต่เป็นการประเมินจาก “ต้นทุนจริง” ที่สโมสรระดับแมนฯ ยูไนเต็ดต้องแบกรับทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีม

ในส่วนแรกคือค่าชดเชยสัญญาของรูเบน อโมริมเอง ซึ่งมีรายงานว่าสัญญาของเขาและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่ยกชุดมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มีมูลค่ารวมราว 12 ล้านปอนด์ ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งค่าเลิกจ้าง ค่าเงื่อนไขพิเศษ และค่าตอบแทนของทีมงานที่ถูกยกเลิกสัญญาพร้อมกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานของกุนซือระดับท็อปในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงจริงๆ คือ “ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง” หลังจากการปลด ไม่ว่าจะเป็นค่าฉีกสัญญากุนซือคนใหม่ ค่าธรรมเนียมเอเยนต์ ค่าเหนื่อยระดับท็อป และโบนัสตามผลงานที่ต้องใส่เข้าไปในสัญญาใหม่ เพื่อดึงดูดผู้จัดการทีมที่มีโปรไฟล์เหมาะสมกับแรงกดดันของโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่ออ้างอิงจากกรณีก่อนหน้า ทั้งยุค เอริก เทน ฮาก และการดึงอโมริมเข้ามาแทนที่ ต้นทุนรวมต่อการเปลี่ยนกุนซือหนึ่งครั้งสามารถไต่ระดับไปแตะ 50 ล้านปอนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น

Ruben Amorim

จังหวะเวลาที่เลวร้าย: เมื่อการปลดสวนทางกับนโยบายรัดเข็มขัด

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือ “จังหวะเวลา” เพราะการต้องจ่ายเงินก้อนโตระดับนี้เกิดขึ้นในช่วงที่แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังดำเนินนโยบายลดค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร การเลิกจ้างพนักงานบางส่วน และการพยายามควบคุมงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับกฎ Financial Fair Play

ในสายตาของนักวิเคราะห์ การจ่ายเงินหลายสิบล้านปอนด์เพื่อยุติสัญญากุนซือ คือภาพสะท้อนของความไม่สอดคล้องกันระหว่าง “แผนธุรกิจ” กับ “การตัดสินใจเชิงฟุตบอล” และเป็นคำถามสำคัญว่า สโมสรได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดในอดีตหรือไม่ หลังจากต้องเสียเงินมหาศาลจากการเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ยุค เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ความเสี่ยงที่ไม่ให้ผลตอบแทน: อโมริมกับผลงานที่ไม่ถึงเป้า

แม้แฟนบอลบางส่วนจะมองว่าการแยกทางกับอโมริมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากผลงานที่เคยหล่นไปถึงอันดับ 15 ในช่วงหนึ่งของฤดูกาล แต่เมื่อมองในเชิงบริหาร นี่คือการเดิมพันที่ไม่ให้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง สโมสรลงทุนทั้งเงิน เวลา และความเชื่อมั่น แต่กลับไม่ได้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนในสนาม

จุดด่างพร้อยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือความล้มเหลวในเกมสำคัญ โดยเฉพาะการพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งถูกสื่ออังกฤษบางสำนักมองว่าเป็นหนึ่งในทีมสเปอร์สที่อ่อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ความพ่ายแพ้นั้นไม่เพียงทำให้พลาดถ้วยแชมป์ แต่ยังหมายถึงการพลาดรายได้และโควตาฟุตบอลยุโรประดับสูงในฤดูกาลถัดมา

รอยร้าวในห้องประชุม: การบริหารที่ไปกันคนละทาง

แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรเปิดเผยว่า การประชุมด่วนระหว่างอโมริมกับผู้บริหารระดับสูงอย่าง แดน แอชเวิร์ธ และ โอมาร์ เบอร์ราด้า ในวันจันทร์ จบลงด้วยความตึงเครียดอย่างชัดเจน ความเห็นต่างในเรื่องโครงสร้างอำนาจ การคัดเลือกนักเตะ และบทบาทของฝ่ายบริหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเดินหน้าต่อไปด้วยกันได้

แถลงการณ์ของสโมสรที่ระบุว่าเป็นการแยกทางด้วยความ “ไม่เต็มใจ” แต่ “เป็นเวลาที่เหมาะสม” สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการอย่างแท้จริง หากแต่เป็นการเลือกทางออกที่เสียหายน้อยที่สุดในสถานการณ์ที่ทุกอย่างเดินมาถึงทางตัน

ขัดตาทัพเพื่อประหยัด: บทบาทของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์

เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจเร่งรีบและลดแรงกดดันทางการเงินในระยะสั้น แมนฯ ยูไนเต็ดเลือกมอบหมายให้ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ทำหน้าที่รักษาการไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ การตัดสินใจนี้สะท้อนความพยายามของสโมสรที่จะ “ชะลอความเสียหาย” และเปิดโอกาสให้มีเวลาประเมินตัวเลือกกุนซือถาวรอย่างรอบคอบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับหลายฝ่าย นี่คือเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คำถามใหญ่ยังคงอยู่เหมือนเดิม — แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะสามารถหลุดพ้นจากวงจรการเปลี่ยนกุนซือซ้ำซากได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว บทเรียนราคาแพงกว่า 50 ล้านปอนด์ครั้งนี้ จะกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของความผิดพลาดที่ซ้ำรอยเดิม

.

.

ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง goaldaddyth.com

Over-score.com ทุกสกอร์ที่คุณไม่พลาด อัปเดตทันใจ

Pickscore365.com วิเคราะห์บอล แม่นยำ อัปเดตทุกวัน

Share your love

Stay informed and not overwhelmed, subscribe now!