Newsletter Subscribe
Enter your email address below and subscribe to our newsletter
Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Manchester United | Managerial Search & Strategic Analysis — ESPN Insider Style
หลังการแยกทางกับ รูเบน อโมริม อย่างเป็นทางการ ชื่อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกผูกโยงเข้ากับกุนซือแทบทุกระดับในยุโรป แต่หนึ่งในชื่อที่มาแรงที่สุดในสายตาผู้บริหารกลุ่ม INEOS กลับไม่ใช่กุนซือระดับซูเปอร์สตาร์ หากเป็น ฟรานเชสโก้ ฟาริโอลี่ เฮดโค้ชวัย 36 ปีของ เอฟซี ปอร์โต้ ผู้ถูกมองว่าเป็น “โค้ชเชิงระบบ” ที่เหมาะกับการรีเซ็ตโครงสร้างทีมในระยะกลางถึงยาว
แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรระบุว่า INEOS ไม่ได้มองหาผู้จัดการทีมแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป แต่ต้องการโค้ชที่สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิค ผู้อำนวยการกีฬา และโครงสร้างข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งฟาริโอลี่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกุนซือยุคใหม่อย่าง โรแบร์โต้ เด แซร์บี้, มิเกล อาร์เตต้า และเชส ฟาเบรกาส ในแง่ของ “แนวคิด” มากกว่า “ชื่อเสียง”

ฟาริโอลี่ถือเป็นหนึ่งในกุนซือสายใหม่ที่เส้นทางอาชีพไม่เหมือนใคร เขาเริ่มต้นจากการเป็นโค้ชผู้รักษาประตู ก่อนจะกลายเป็นมือขวาคนสำคัญของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ในช่วงแรกของอาชีพ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดด้าน positional play, การ build-up จากแดนหลัง และการใช้โครงสร้างเพื่อควบคุมเกม
หลังแยกทางกับเด แซร์บี้ ฟาริโอลี่เลือกเส้นทางที่ท้าทายด้วยการรับงานคุมทีมเต็มตัวในตุรกี ก่อนจะสร้างชื่ออย่างจริงจังกับ นีซ ในลีกเอิง และต่อยอดไปถึง อาแจ็กซ์ แม้ผลงานในอัมสเตอร์ดัมจะถูกถกเถียง แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเขาไม่ใช่โค้ชที่ยึดติดกับ “DNA สโมสร” แบบตายตัว หากแต่ปรับระบบให้เหมาะกับบริบทและขุมกำลัง
การย้ายมาคุม เอฟซี ปอร์โต้ เมื่อซัมเมอร์ 2025 คือก้าวกระโดดสำคัญที่สุดในอาชีพของเขา และผลลัพธ์ก็เกินความคาดหมาย เมื่อฟาริโอลี่พาทีมออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างร้อนแรง รั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกโปรตุเกสโดยยังไม่แพ้ใคร พร้อมสร้างสมดุลระหว่างเกมรุกที่มีโครงสร้างและเกมรับที่มีวินัยสูง
หลังจากประสบการณ์กับ เอริก เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม บอร์ด INEOS เริ่มตระหนักว่าปัญหาหลักของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่แค่แท็กติก แต่คือ “การขาดระบบร่วมกันทั้งองค์กร” ฟาริโอลี่ถูกมองว่าเป็นโค้ชที่ทำงานได้ดีภายใต้โครงสร้าง ไม่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จ และสามารถเชื่อมโยงงานของโค้ชกับฝ่ายสเกาต์ ข้อมูล และพัฒนานักเตะได้
สไตล์ของเขาที่เน้นการครองบอลอย่างมีวัตถุประสงค์ การจัดระเบียบเกมรับ และการลดความโกลาหลในเกม ถูกมองว่าเหมาะกับทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยซึ่งต้องการ “กรอบ” มากกว่าความอิสระแบบไร้ทิศทาง นี่คือสิ่งที่ INEOS เชื่อว่าจำเป็นต่อการสร้างเสถียรภาพในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม การดึงฟาริโอลี่ออกจากถิ่นดราเกาไม่ใช่เรื่องง่าย รายงานจากโปรตุเกสระบุว่าเขามีค่าฉีกสัญญา (Buyout Clause) อยู่ที่ราว 13 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 15 ล้านยูโร ซึ่งต้องจ่ายเต็มจำนวนหากต้องการดึงตัวออกมากลางฤดูกาล
อันเดร วิลลาช-โบอาช ประธานสโมสรปอร์โต้ ยืนยันอย่างชัดเจนว่าสโมสรจะไม่เปิดโต๊ะเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น และจะยึดตามเงื่อนไขในสัญญาเท่านั้น ขณะที่ฟาริโอลี่เองเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเขา “ไม่มีความลังเลใดๆ” กับการทำงานที่ปอร์โต้
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าววงในมองว่าหากเป็นโปรเจกต์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้ INEOS ซึ่งมาพร้อมอำนาจในการวางโครงสร้างฟุตบอลทั้งระบบ อาจเป็นข้อเสนอที่แตกต่างจากข่าวลือก่อนหน้านี้ และมีน้ำหนักมากพอจะทำให้กุนซือชาวอิตาเลียนทบทวนอนาคตของตัวเอง

สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ฟรานเชสโก้ ฟาริโอลี่ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ปลอดภัยในสายตาแฟนบอล แต่เป็นตัวเลือกที่ “มีเหตุผล” ในสายตาผู้บริหาร ค่าฉีกสัญญา 13 ล้านปอนด์อาจดูสูงสำหรับกุนซือวัย 36 ปี แต่เมื่อเทียบกับค่าเสียหายกว่า 50 ล้านปอนด์จากการปลดกุนซือซ้ำซากในอดีต INEOS เชื่อว่าการลงทุนกับแนวคิดและโครงสร้าง อาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ฟาริโอลี่ “เก่งพอหรือไม่” แต่คือ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมจะอดทนกับกระบวนการสร้างทีมแบบเป็นระบบจริงหรือเปล่า หากคำตอบคือใช่ ชื่อของกุนซือปอร์โต้รายนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด — แต่หากไม่ การจ่ายค่าฉีก 13 ล้านปอนด์ อาจเป็นเพียงบทใหม่ของวงจรเดิมที่สโมสรพยายามหนีให้พ้น
สามารถติดตาม อัปเดตข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ที่นี้
แฟนบอลตัวจริงต้องไม่พลาด อัปเดตผลบอลเมื่อคืน พร้อมลิงก์ ดูบอลสดวันนี้ ฟรี ไม่มีสะดุด