Breaking News

Popular News



Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Manchester United | Club Strategy & Interim Manager Analysis
การปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวกุนซืออีกครั้งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าบอร์ดบริหารภายใต้การนำของ INEOS กำลังเลือกกดปุ่ม “Reset” สโมสรอีกครั้งอย่างมีแบบแผนมากกว่าที่เคยเป็นมา โดยแผนล่าสุดคือการแต่งตั้งผู้จัดการทีมชั่วคราวเข้ามาคุมทีมยาวไปจนจบฤดูกาล 2025/26 เพื่อซื้อเวลาในการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี
แหล่งข่าวระดับบริหารระบุว่า ยูไนเต็ดไม่ต้องการเร่งรีบตั้งกุนซือถาวรกลางฤดูกาลอีกต่อไป หลังบทเรียนราคาแพงจากอดีตพิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจภายใต้แรงกดดันมักนำไปสู่ค่าใช้จ่ายมหาศาลและความไม่ต่อเนื่องในเชิงโครงสร้าง แผน “Caretaker จบซีซั่น” จึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
ในช่วงสุญญากาศหลังการปลดอโมริม สโมสรเลือกให้ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ขึ้นมารับหน้าที่รักษาการแบบฉุกเฉิน ด้วยสถานะที่เขาคืออดีตนักเตะ, บุคลากรของสโมสร และคนที่รู้จักโครงสร้างภายในดีที่สุด อย่างไรก็ตาม แผนนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นเพียง “สะพานเชื่อม” ระยะสั้นเท่านั้น
รายงานล่าสุดยืนยันว่าเฟล็ทเชอร์จะคุมทีมลงสนามเพียงนัดเดียวในเกมพบ เบิร์นลีย์ คืนวันพุธ ก่อนจะถอยกลับไปทำงานในบทบาทเดิมด้านเทคนิคและพัฒนาเยาวชน การตัดสินใจเช่นนี้สะท้อนจุดยืนของ INEOS ที่ไม่ต้องการเผาบุคลากรภายในด้วยความเสี่ยงเกินจำเป็น และไม่ต้องการให้เฟล็ทเชอร์ต้องแบกรับแรงกดดันระดับทีมชุดใหญ่เป็นเวลานาน

สิ่งที่บอร์ด INEOS มองหาสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราว ไม่ใช่นักวางระบบระยะยาว แต่คือ “มืออาชีพที่รู้วิธีประคองทีม” มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีก เข้าใจแรงกดดันของแมนฯ ยูไนเต็ด และสามารถสร้างเสถียรภาพในห้องแต่งตัวได้ทันทีในช่วงเวลา 5 เดือนที่เหลือของฤดูกาล
ชื่อที่ถูกพูดถึงในระดับจริงจังล้วนเป็นบุคคลที่แฟนบอลคุ้นเคย และมีภาพลักษณ์ของ “มือปืนรับจ้าง” มากกว่ากุนซือโปรเจกต์ระยะยาว โดยแต่ละรายมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความพร้อมในการเข้ามาทำงานแบบไม่เรียกร้องอำนาจหรือสัญญาระยะยาว
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือชื่อที่ถูกแฟนบอลเรียกร้องมากที่สุด ด้วยภาพจำของบรรยากาศเชิงบวกและความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะหลายคนในทีมปัจจุบัน แหล่งข่าวระบุว่าโซลชาพร้อมกลับมาช่วยสโมสรในบทบาทชั่วคราวโดยไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ INEOS ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ไมเคิล คาร์ริค ก็เป็นอีกชื่อที่ถูกพิจารณาอย่างจริงจัง อดีตกองกลางที่เข้าใจเกมในสนามและวัฒนธรรมของสโมสรเป็นอย่างดี เคยมีประสบการณ์คุมทีมชั่วคราวมาแล้ว และปัจจุบันว่างงานหลังแยกทางกับมิดเดิลสโบรห์ ทำให้สามารถเข้ารับงานได้ทันทีโดยไม่ติดปัญหาค่าชดเชย
ขณะที่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ แม้จะเป็นตัวเลือกที่บอร์ดชื่นชอบในเชิงแท็กติกและการจัดระบบ แต่ปัญหาค่าชดเชยกับคริสตัล พาเลซ ทำให้เขามีแนวโน้มถูกเก็บไว้เป็น “เป้าหมายถาวร” สำหรับช่วงซัมเมอร์ มากกว่าจะถูกดึงมาเป็นเพียงตัวคั่นเวลา
เหตุผลหลักของการตั้งกุนซือชั่วคราวยาวจนจบฤดูกาล คือการหลีกเลี่ยงความผิดพลาดแบบเดิมที่สโมสรเคยเผชิญมาแล้วหลายครั้ง การเร่งตั้งกุนซือถาวรกลางซีซั่นไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงด้านผลงาน แต่ยังสร้างภาระทางการเงินระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ยูไนเต็ดเพิ่งต้องจ่ายค่าชดเชยให้อโมริมและทีมงานกว่า 12 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ การรอจนถึงช่วงซัมเมอร์จะเปิดโอกาสให้สโมสรสามารถเจรจากับกุนซือเป้าหมายระดับท็อปได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชาบี อลอนโซ่ หรือ โธมัส ทูเคิล ที่สถานะอาจชัดเจนกว่าหลังจบฤดูกาล และสามารถเริ่มงานพร้อมกับการวางแผนตลาดนักเตะอย่างเต็มรูปแบบ
การเลือกตั้งกุนซือชั่วคราวยาวจนจบฤดูกาลอาจไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลอยากได้ยิน แต่สำหรับ INEOS นี่คือการยอมรับความจริงว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องหยุดวงจรการตัดสินใจแบบเร่งรีบ หากสโมสรต้องการสร้างรากฐานใหม่อย่างแท้จริง
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามาคุมทีมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่คือเมื่อถึงซัมเมอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด จะพร้อมสนับสนุนกุนซือถาวรด้วยโครงสร้างที่ชัดเจน อดทน และเป็นหนึ่งเดียวหรือไม่ เพราะหากคำตอบยังเหมือนเดิม การ Reset ครั้งนี้ก็อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นวงจรเดิมอีกครั้ง — เพียงแค่เปลี่ยนชื่อคนคุมทีมเท่านั้น
สามารถติดตาม อัปเดตข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ที่นี้
อย่าพลาดทุกแมตช์สำคัญ! อัปเดตผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ พร้อมลิงก์ ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง