Breaking News
Popular News


Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Relegation Battle & Managerial Crisis
ค่ำคืนที่ลอนดอน สเตเดี้ยม กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า “ชื่อเสียงในอดีต” ไม่สามารถปกป้องผู้จัดการทีมจากความจริงอันโหดร้ายของพรีเมียร์ลีกได้ เมื่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายให้กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-2 ในเกมที่มีความหมายต่ออนาคตของทั้งสองสโมสรอย่างลึกซึ้ง แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเก้าอี้ของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ที่กำลังสั่นคลอนถึงขีดสุด
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงยุติสถิติแพ้รวด 4 นัดของฟอเรสต์ แต่ยังเป็นการจุดประกายความหวังในการดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างจริงจัง ขณะที่ฝั่งเวสต์แฮมกลับดำดิ่งสู่ภาวะวิกฤตเต็มรูปแบบ ด้วยผลงานไม่ชนะใครในลีกติดต่อกันเป็นนัดที่ 10 ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอร์ดบริหารไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป
ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น ทั้งสองฝั่งต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ 90 นาทีธรรมดา แต่คือเกมที่อาจชี้ชะตาผู้จัดการทีมโดยตรง สำหรับฟอเรสต์ ความพ่ายแพ้อีกครั้งอาจทำให้สถานการณ์หนีตกชั้นเลวร้ายเกินเยียวยา ส่วนเวสต์แฮม การสะดุดซ้ำในบ้านต่อทีมคู่แข่งโดยตรงในโซนล่าง คือสัญญาณอันตรายที่บอร์ดไม่สามารถเมินได้
อย่างไรก็ตาม ความกดดันทั้งหมดดูจะเทไปอยู่ฝั่งเจ้าบ้านมากกว่า เพราะนี่คือเวสต์แฮมที่ลงทุนอย่างหนักในตลาดนักเตะ แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความคาดหวังอย่างสิ้นเชิง
เวสต์แฮมออกสตาร์ตเกมด้วยความตั้งใจจะปลดล็อกชัยชนะให้ได้โดยเร็ว และพวกเขาก็ทำสำเร็จในนาทีที่ 20 จากลูกเตะมุมของ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ที่สร้างความปั่นป่วนในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น มูริลโล่ กองหลังฟอเรสต์ที่สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง ส่งเสียงเฮลั่นลอนดอน สเตเดี้ยม
แต่สิ่งที่ตามมาคือภาพจำเดิมของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้ นั่นคือการ “นำก่อนแต่คุมเกมไม่ได้” ทีมของนูโน่ยังคงขาดความนิ่ง ขาดโครงสร้างในการปิดเกม และเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งค่อย ๆ กลับเข้าสู่แมตช์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ครึ่งหลังเริ่มต้นด้วยช่วงเวลาที่เวสต์แฮมเกือบได้ประตูฝัง เมื่อซัมเมอร์วิลล์ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้อีกครั้ง แต่ VAR ริบคืนเนื่องจากตำแหน่งล้ำหน้า และเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เกมก็เปลี่ยนทิศทางอย่างสิ้นเชิง
ในนาทีที่ 64 น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ใช้โอกาสจากลูกตั้งเตะเล่นงานเจ้าถิ่นได้สำเร็จ นิโคลัส โดมิงเกซ โฉบมาโหม่งบอลเต็มศีรษะไม่เหลือซาก ตีเสมอ 1-1 และเปลี่ยนโมเมนตัมทั้งหมดให้ตกอยู่ในมือทีมเยือน
จากจุดนั้นเป็นฟอเรสต์ที่ดูมีความเชื่อมากกว่า พวกเขากล้าเล่น กล้าขึ้นเกม และกล้ารอจังหวะผิดพลาดของเวสต์แฮม ซึ่งสุดท้ายก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด

ในขณะที่เกมกำลังจะจบลงด้วยผลเสมอซึ่งอาจช่วยยืดลมหายใจของนูโน่ออกไปอีกเล็กน้อย นาทีที่ 90 กลับกลายเป็นฉากตัดสิน เมื่อ อัลฟองเซ่ อาเรโอล่า นายด่านเวสต์แฮมออกมาตัดบอลพลาดและทำฟาวล์ใส่ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ อย่างชัดเจนในกรอบเขตโทษ
ท่ามกลางความกดดันมหาศาล กิ๊บบ์ส-ไวท์ ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารด้วยตัวเอง และเขาไม่พลาด ส่งบอลพุ่งผ่านมืออาเรโอล่าเข้าไปอย่างเฉียบขาด เปลี่ยนความเงียบงันของสนามให้กลายเป็นเสียงเฮของฝั่งทีมเยือน และอาจเป็นเสียงนับถอยหลังของกุนซือเจ้าถิ่น
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้เวสต์แฮมไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นนัดที่ 10 ซึ่งเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือพวกเขาชนะเพียง 2 เกมจาก 14 นัดหลังสุด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของทีมยังไม่ได้รับการแก้ไข
สำหรับฟอเรสต์ ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์เช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997 ที่พวกเขาสามารถพลิกกลับมาชนะเกมพรีเมียร์ลีกได้หลังจากเป็นฝ่ายตามหลังเมื่อจบครึ่งแรก ซึ่งบ่งบอกถึงพัฒนาการด้านสภาพจิตใจและความเชื่อมั่นของทีม
นอกจากนี้ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ยังขยับสถิติยิงประตูในพรีเมียร์ลีกให้ฟอเรสต์เป็น 22 ลูก เทียบเท่าตำนานอย่าง สแตน คอลลีมอร์ ในฐานะดาวยิงสูงสุดอันดับ 3 ของสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีก ยืนยันบทบาท “ผู้นำตัวจริง” ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการมากที่สุด

หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย สิ่งที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือบรรยากาศความไม่มั่นคงที่ปกคลุมเวสต์แฮมอย่างหนักหน่วง แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรยืนยันว่า บอร์ดบริหารกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเร่งด่วน และความเป็นไปได้ที่นูโน่จะถูกปลดเป็นครั้งที่สองในฤดูกาลเดียว “ไม่ใช่เรื่องเกินจริง”
ในพรีเมียร์ลีก ความอดทนคือทรัพยากรที่หายาก และเมื่อผลงานไม่สะท้อนทิศทางเชิงบวก เส้นแบ่งระหว่าง “โอกาสครั้งต่อไป” กับ “แถลงการณ์อำลา” ก็อาจบางลงเพียงข้ามคืน
ชัยชนะของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ คือ 3 แต้มที่มีมูลค่าสูงกว่าตัวเลขบนตาราง เพราะมันคือการฟื้นศรัทธาในภารกิจหนีตกชั้น ขณะที่ความพ่ายแพ้ของเวสต์แฮมอาจเป็นมากกว่าแค่เกมที่แพ้ แต่มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสรในฤดูกาลนี้
และหากมีสิ่งหนึ่งที่พรีเมียร์ลีกสอนเราเสมอ นั่นคือ “เวลาไม่เคยอยู่ข้างผู้จัดการทีมที่ไม่มีผลลัพธ์” — โดยเฉพาะในคืนที่แพ้คาบ้านต่อคู่แข่งโดยตรงแบบนี้
ใครกำลังมองหาลิงก์ ดูบอลสดฟรี ครบทุกคู่ พร้อมตารางบอลวันนี้และบทวิเคราะห์ก่อนเกม ที่นี่มีครบ จบในที่เดียว