Breaking News


Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Title Race Watch
แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี่ ต้องกลืนความผิดหวังอีกครั้งในการลุ้นพื้นที่หัวตาราง หลังบุกไปทำได้เพียงเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 0-0 ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ในเกมที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและจังหวะเฉียดฉิว ส่งผลให้ “สิงห์ผงาด” พลาดโอกาสสำคัญในการแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปครองตำแหน่งรองจ่าฝูง และยังคงรั้งอันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล อยู่ 5 คะแนน
ในช่วงเวลาที่การแข่งขันลุ้นแชมป์เริ่มคัดกรองทีมที่ “พลาดไม่ได้” เกมนี้คือหนึ่งในแมตช์ที่วิลล่าต้องการ 3 แต้มอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายกลับได้เพียงหนึ่งคะแนนจากสนามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกับดักของทีมใหญ่
รูปเกมตลอด 90 นาทีสะท้อนชัดเจนถึงการปะทะกันของสองทีมที่มีแนวคิดต่างกัน พาเลซของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เลือกเล่นอย่างรัดกุม วางบล็อกต่ำและรอโต้กลับ ขณะที่วิลล่าครองบอลมากกว่า พยายามเร่งจังหวะเกม แต่กลับขาดความเฉียบคมในพื้นที่อันตราย
ครึ่งแรกเป็นช่วงที่พาเลซดูมีชีวิตชีวามากกว่า โดยเฉพาะจังหวะของ เบรนแนน จอห์นสัน ที่ลงเล่นเกมเหย้านัดแรกและเกือบสร้างเสียงเฮให้แฟนเจ้าถิ่น แต่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ยังโชว์รีเฟล็กซ์ระดับแชมป์โลกพุ่งปัดบอลออกไปได้ ขณะที่ฝั่งวิลล่า โอลลี่ วัตกินส์ มีโอกาสจะแจ้งเช่นกัน แต่ไม่ผ่านมือ ดีน เฮนเดอร์สัน

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเกมเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่ง เมื่อ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ มีอาการบาดเจ็บบริเวณน่องและไม่สามารถลงเล่นต่อได้ ทำให้ เอเมรี่ต้องส่ง มาร์โก บิโซต์ ลงมาเฝ้าเสาแทน การเปลี่ยนตัวนี้ไม่ได้ส่งผลให้เกมรับวิลล่าพังลง แต่ก็ลดความมั่นใจในจังหวะการขึ้นเกมจากแดนหลังอย่างเห็นได้ชัด
วิลล่าพยายามคุมเกมในครึ่งหลังมากขึ้น เน้นการขึ้นเกมทางริมเส้นและการเปิดจากแบ็กทั้งสองฝั่ง แต่แนวรับพาเลซยังคงยืนตำแหน่งได้อย่างมีวินัย และไม่เปิดพื้นที่ให้โจมตีง่าย ๆ
โอกาสทองที่สุดของเกมตกเป็นของแอสตัน วิลล่า ในนาทีที่ 84 เมื่อ แมตตี้ แคช เปิดบอลจากฝั่งขวาให้ โอลลี่ วัตกินส์ โขกเต็มศีรษะ บอลผ่านมือเฮนเดอร์สันไปแล้ว แต่กลับพุ่งชนเสาอย่างจัง ช่วงเวลานั้นคือวินาทีที่แฟนวิลล่ารู้สึกได้ทันทีว่า “วันนี้อาจไม่ใช่วันของเรา”
ด้านพาเลซเองก็เกือบได้จุดโทษในช่วงท้ายเกมจากจังหวะที่ เบรนแนน จอห์นสัน ล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการพุ่งล้มและแจกใบเหลืองให้เจ้าตัวแทน เสียงโห่จากอัฒจันทร์สะท้อนความตึงเครียดของเกมที่ผลการแข่งขันแขวนอยู่บนเส้นบาง ๆ
ผลเสมอ 0-0 นัดนี้สร้างสถิติที่น่าสนใจหลายประเด็น ประการแรก นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 11 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่แอสตัน วิลล่าไม่สามารถทำประตูได้ ซึ่งสะท้อนถึงความล้าและการขาดความสดในแนวรุกจากโปรแกรมที่อัดแน่น
นอกจากนี้ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ยังคงรักษาสถิติ “แพ้ทางเอเมรี่” ในทางกลับกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเขายังไม่เคยแพ้ อูไน เอเมรี่ เลยตลอดการพบกัน 7 นัดหลังสุด ซึ่งตอกย้ำภาพว่าพาเลซคือคู่แข่งที่สร้างปัญหาเชิงแท็กติกให้วิลล่าเสมอ
สำหรับคริสตัล พาเลซ แม้จะเก็บแต้มสำคัญในบ้านได้ แต่ฟอร์มโดยรวมยังน่าเป็นห่วง พวกเขาไม่ชนะใครในลีกติดต่อกันเป็นนัดที่ 6 และยังคงรั้งอันดับ 14 ของตาราง ต้องลุ้นหนีการไหลลงสู่โซนล่างต่อไป
ในภาพใหญ่ของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หนึ่งแต้มที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค อาจกลายเป็น “แต้มที่แพง” สำหรับแอสตัน วิลล่า เพราะนี่คือโอกาสทองในการกดดัน แมนฯ ซิตี้ อย่างจริงจัง และลดช่องว่างกับอาร์เซน่อลลงไปอีก
อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลที่ยาวและโหดที่สุดในรอบหลายปี เอเมรี่และลูกทีมยังคงอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง เพียงแต่เกมแบบนี้คือเครื่องเตือนใจว่า การลุ้นแชมป์ไม่ได้วัดกันแค่ฟอร์มในเกมใหญ่ แต่รวมถึงความสามารถในการ “ชนะเกมที่อึดอัด” ให้ได้ด้วย
แอสตัน วิลล่า ยังไม่หลุดจากเส้นทางการลุ้นแชมป์ แต่ช่องว่างสำหรับความผิดพลาดเริ่มแคบลงทุกสัปดาห์ เกมเสมอแบบไร้สกอร์ในคืนที่ควรได้ 3 แต้ม คือสัญญาณเตือนว่า การรักษามาตรฐานเกมรุกและความสดของทีมจะเป็นกุญแจสำคัญในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
สำหรับพาเลซ นี่คือแต้มแห่งความหวังและความมั่นใจ แม้สถานการณ์ในตารางจะยังไม่ปลอดภัย แต่ผลงานเกมรับในคืนแบบนี้คือพื้นฐานสำคัญในการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไป
แฟนบอลตัวจริงต้องไม่พลาด อัปเดตผลบอลเมื่อคืน พร้อมลิงก์ ดูบอลสดวันนี้ ฟรี ไม่มีสะดุด