Breaking News


Popular News




Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Match Report
สถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่อันตรายที่สุดในรอบหลายปี หลังทัพ “เรือใบสีฟ้า” ทำได้เพียงบุกเสมอ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-1 ที่เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ส่งผลให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สะดุดเสมอเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2026 และมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ห่างออกไปถึง 8 คะแนน แม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัดก็ตาม
นี่ไม่ใช่แค่การเสมอธรรมดา แต่คือเกมที่สะท้อนปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของซิตี้ในช่วงหลัง — ครองเกมได้ สร้างโอกาสได้ แต่ “ปิดเกมไม่ลง” และถูกลงโทษในช่วงท้ายอย่างเจ็บแสบ จนเริ่มทำให้คำว่า “การลุ้นแชมป์” ดูเลือนรางกว่าที่เคยเป็น
รูปเกมในช่วงครึ่งแรกเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหมาย แมนฯ ซิตี้ ครองบอลและบุกกดดันเจ้าถิ่นได้ต่อเนื่อง ไบรท์ตันเลือกตั้งรับต่ำ รอจังหวะสวนกลับเร็วโดยใช้ความคล่องตัวของแนวรุกริมเส้นเป็นอาวุธหลัก อย่างไรก็ตาม ความเหนือกว่าของซิตี้ยังไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้
โอกาสทองที่สุดของทีมเยือนเกิดขึ้นจากลูกยิงของ ฟิล โฟเด้น ที่ซัดเต็มข้อจากหน้าเขตโทษแต่บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย ขณะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ ก็มีโอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้ง แต่กลับไปติดเซฟระดับโลกของ บาร์ท แฟร์บรูคเค่น นายทวารไบรท์ตัน ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวแน่นตลอดทั้งเกม
แม้จะครองเกมได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่ปัญหาการจบสกอร์ที่ขาดความเฉียบคมยังคงตามหลอกหลอนซิตี้ และทำให้เกมยังคงเปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นมีลุ้นอยู่ตลอด

ความพยายามของแมนฯ ซิตี้ มาประสบผลในนาทีที่ 58 เมื่อ ไทจานี่ ไรน์เดอร์ส มิดฟิลด์ฟอร์มแรง ได้บอลจากจังหวะสองก่อนตัดสินใจยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเบียดเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูที่สองของเขานับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026
อย่างไรก็ตาม ความดีใจของซิตี้อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อข่าวร้ายก็ตามมาติด ๆ มาเตโอ โควาซิช มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นต่อได้ ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมดุลในแดนกลางอย่างเห็นได้ชัด เกมของซิตี้เริ่มช้าลง การเชื่อมเกมขาดความลื่นไหล และเปิดโอกาสให้ไบรท์ตันค่อย ๆ กลับเข้าสู่เกม
ไบรท์ตันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และเริ่มเปิดเกมรุกมากขึ้นในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นช่วงเวลาที่ซิตี้มีปัญหามากที่สุดในระยะหลัง และเกมนี้ก็ไม่แตกต่างกัน
นาทีที่ 82 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีเสมอจากเกมสวนกลับที่เฉียบคม คาโอรุ มิโตมะ กระชากบอลขึ้นทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษอย่างแม่นยำ และเป็น อีวาน เฟอร์กูสัน ที่โฉบมาโหม่งจ่อ ๆ เข้าไปไม่เหลือซาก ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นของแฟนบอลในเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม
ประตูนี้ไม่เพียงทำให้ซิตี้เสียแต้มอีกครั้ง แต่ยังตอกย้ำปัญหาใหญ่ในแนวรับ โดยเฉพาะการรับมือในช่วงท้ายเกมที่ขาดความนิ่งและสมาธิ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขาดหายไปของ รูเบน ดิอาส ผู้นำแนวรับตัวจริง

ผลเสมอนัดนี้ทำให้แมนฯ ซิตี้เก็บได้เพียง 3 คะแนนจาก 9 คะแนนเต็มในเดือนมกราคม (เสมอ เชลซี, เอฟเวอร์ตัน และไบรท์ตัน) ซึ่งถือเป็นสถิติที่สวนทางกับภาพจำของทีมเป๊ปในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังอย่างสิ้นเชิง
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือช่องว่างคะแนนกับอาร์เซน่อลที่ขยายออกไปเป็น 8 แต้ม แม้จะยังมีเกมในมือ แต่ก็ถือเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมแมนฯ ซิตี้ ในช่วงไล่ล่าแชมป์
นอกจากนี้ ซิตี้ยังเสียประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมติดต่อกันเป็นนัดที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงความล้า ปัญหาอาการบาดเจ็บสะสม และการโรเตชั่นที่ยังไม่ลงตัว
สำหรับแมนฯ ซิตี้ การเสมอที่เอเม็กซ์ครั้งนี้อาจไม่ใช่จุดจบของการลุ้นแชมป์ แต่คือสัญญาณเตือนที่ดังที่สุดในฤดูกาลนี้ หากพวกเขายังไม่สามารถแก้ปัญหาการปิดเกม ความเฉียบคมในแดนหน้า และความนิ่งในช่วงท้ายเกมได้ โอกาสป้องกันแชมป์อาจหลุดลอยไปเร็วกว่าที่เคยเป็น
ขณะที่ไบรท์ตัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในบ้านและหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อทีมยักษ์ใหญ่ การแบ่งแต้มครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางลุ้นแชมป์ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 อย่างแท้จริง
ใครกำลังมองหาลิงก์ ดูบอลสดฟรี ครบทุกคู่ พร้อมตารางบอลวันนี้และบทวิเคราะห์ก่อนเกม ที่นี่มีครบ จบในที่เดียว