Newsletter Subscribe
Enter your email address below and subscribe to our newsletter
Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Real Madrid | Locker Room Report + Tactical & Transfer Analysis
บรรยากาศภายในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว กำลังอยู่ในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง เมื่อรายงานจากสื่อสเปนหลายสำนักยืนยันตรงกันว่า แกนหลักในห้องแต่งตัวของ เรอัล มาดริด นำโดย จู๊ด เบลลิงแฮม ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนแนวทางการทำทีมของ ชาบี อลอนโซ่ อย่างเต็มที่ แม้ทีมจะเพิ่งสะดุดทำแต้มหลุดมือในเกมลีก และต้องเผชิญกับกระแสข่าวความไม่พอใจของนักเตะบางรายเกี่ยวกับบทบาทในระบบใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ รายงานฉบับนี้ไม่ได้สะท้อนภาพของ “ห้องแต่งตัวแตก” อย่างที่บางกระแสพยายามปั่น แต่กลับเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในทีมชุดขาว นั่นคือการที่กลุ่มผู้เล่นคีย์แมนเลือกจะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับกุนซือ มากกว่าการปกป้องสถานะหรืออิทธิพลของสตาร์รายบุคคลแบบในอดีต ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของทิศทางสโมสรในยุคหลังคาร์โล อันเชล็อตติ
แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรระบุว่า นักเตะตัวหลักหลายคน โดยเฉพาะ เบลลิงแฮม, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, ออเรเลียง ชูอาเมนี่ และ ดานี่ การ์บาฆาล มองตรงกันว่า ชาบี อลอนโซ่ คือกุนซือที่เหมาะสมที่สุดในการพาเรอัล มาดริด เข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งในแง่แท็กติก ความชัดเจนในการสื่อสาร และความกล้าที่จะตัดสินใจเชิงโครงสร้าง แม้ต้องกระทบกับชื่อเสียงของนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ก็ตาม
สำหรับเบลลิงแฮม รายงานระบุว่าเขา “อิน” กับแนวคิดของอลอนโซ่อย่างมาก โดยเฉพาะระบบที่เปิดพื้นที่ให้กองกลางตัวรุกสามารถมีอิสระในการตัดสินใจ สลับตำแหน่ง และเป็นศูนย์กลางของเกมอย่างแท้จริง เบลลิงแฮมเชื่อว่าระบบนี้จะช่วยยกระดับเขาจากผู้เล่นระดับท็อป ไปสู่สถานะ “ผู้นำเชิงฟุตบอล” ของทีมในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสโมสรที่มองเขาเป็นหนึ่งในเสาหลักของโปรเจกต์ 5–7 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากแกนหลักไม่ได้หมายความว่าห้องแต่งตัวจะไร้แรงเสียดทาน รายงานเดียวกันยอมรับว่ามี “ความไม่สบายใจ” เกิดขึ้นกับนักเตะบางราย โดยเฉพาะกลุ่มที่บทบาทในทีมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนภายใต้ระบบใหม่ของอลอนโซ่ ซึ่งเน้นโครงสร้างทีมมากกว่าการให้อิสระเชิงเดี่ยว
ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกซูเปอร์สตาร์ที่เคยเป็นศูนย์กลางของเกมรุกยุคก่อน แต่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลังการมาถึงของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และการปรับโครงสร้างเกมรุกใหม่ วินิซิอุสถูกขอให้มีวินัยเชิงแท็กติกมากขึ้น ลดการเล่นตามสัญชาตญาณบางจังหวะ และมีส่วนร่วมกับทีมในเกมรับมากกว่าเดิม ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาคุ้นเคยตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
แม้จะยังไม่มีการปะทะกันโดยตรง แต่แหล่งข่าวยอมรับว่ามี “ความตึง” อยู่ในบางช่วง โดยเฉพาะเมื่อผลงานทีมสะดุดและบทบาทของนักเตะบางรายถูกตั้งคำถามจากทั้งโค้ชและสื่อ ซึ่งเป็นเงื่อนไขคลาสสิกของช่วงเปลี่ยนผ่านที่มักนำไปสู่ข่าวลือการย้ายทีมในตลาดซื้อขาย
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์แตกต่างจากหลายยุคก่อน คือจุดยืนของบอร์ดบริหารเรอัล มาดริด ที่เลือก “ยืนข้างโค้ช” อย่างชัดเจน รายงานระบุว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ และฝ่ายบริหารมองว่าความเห็นต่างในห้องแต่งตัวเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนยุค และพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจของอลอนโซ่ในตลาดนักเตะ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมกองหลังตัวใหม่ หรือการปล่อยนักเตะที่ไม่ตอบโจทย์เชิงระบบออกไป แม้จะเป็นชื่อใหญ่ก็ตาม
นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า มาดริดกำลังเปลี่ยนจากโมเดล “ซูเปอร์สตาร์นำทีม” ไปสู่ “ระบบนำซูเปอร์สตาร์” มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ และเป็นเหตุผลว่าทำไมแกนหลักอย่างเบลลิงแฮมถึงเลือกยืนฝั่งเดียวกับโค้ช มากกว่าปล่อยให้ห้องแต่งตัวถูกกำหนดโดยลำดับอาวุโสหรือชื่อเสียง
หากมองภาพรวมอย่างเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรอัล มาดริดในตอนนี้ไม่ใช่วิกฤต แต่คือกระบวนการ “คัดกรองตามระบบ” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แกนหลักได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอลอนโซ่คือผู้นำที่พวกเขาเชื่อมั่น ขณะที่นักเตะบางรายต้องตัดสินใจว่า จะปรับตัวเข้ากับแนวคิดใหม่ หรือมองหาความท้าทายที่อื่น
สำหรับสโมสร การยืนข้างโค้ชและแกนหลักในช่วงนี้คือการเดิมพันระยะยาวที่มีความเสี่ยง แต่ก็มีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงแบบยั่งยืน หากอลอนโซ่สามารถจัดการสมดุลระหว่างแท็กติก ผลงาน และอีโก้ของสตาร์ได้สำเร็จ เรอัล มาดริดอาจไม่ได้แค่ผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนยุค แต่กำลังวางรากฐานของ “ราชันชุดขาวเวอร์ชันใหม่” อย่างแท้จริง
ใครกำลังมองหาลิงก์ ดูบอลสดฟรี ครบทุกคู่ พร้อมตารางบอลวันนี้และบทวิเคราะห์ก่อนเกม ที่นี่มีครบ จบในที่เดียว