Enter your email address below and subscribe to our newsletter

เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยู ล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เบอร์บาตอฟเปิดใจถึง เชสโก้ บรูโน่ และ วันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

Share your love

บทสัมภาษณ์พิเศษ: เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยูล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันที่เขารู้ว่า “มาถึงยอดเขาแล้ว”

บางคนเลิกเล่นไปนานแล้ว แต่ยังพูดเรื่องฟุตบอลได้เหมือนคนที่ไม่เคยเดินออกจากสนามไปไหน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ คือหนึ่งในนั้น

บทสนทนาในรายการ Inside Carrington ครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยแท็กติก ไม่ได้เปิดฉากด้วยประเด็นร้อนจากเกมล่าสุด และไม่ได้รีบพุ่งเข้าเรื่องอันดับในตารางคะแนน หากค่อย ๆ เปิดฉากจากเรื่องสุขภาพ เรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องการแก่ตัวลงของร่างกาย และเรื่องเล็ก ๆ ที่พอเล่าผ่านปากนักฟุตบอลเก่าแล้ว กลับมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

เฮเลน อีแวนส์ และ เลียม แบรดฟอร์ด รับหน้าที่พาเรื่องราวเดินไปข้างหน้า โดยมี เวส บราวน์ ร่วมวงอยู่ด้วย ก่อนที่ปลายสายสำคัญอย่างเบอร์บาตอฟจะเข้ามาเติมน้ำหนักให้บทสนทนาธรรมดา ๆ กลายเป็นบทสัมภาษณ์ที่มีทั้งชั้นเชิง ความทรงจำ และมุมมองที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากฟัง

สำหรับคนที่ติดตาม แมนยู ล่าสุด อยู่ทุกวัน บทสัมภาษณ์นี้มีมากกว่าคำให้สัมภาษณ์ทั่วไป เพราะมันเผยให้เห็นทั้งสายตาของอดีตแข้งระดับคลาสสิกที่มองทีมเก่าด้วยความเข้าใจ และยังมีน้ำหนักพอจะทำให้ทุกประโยคชวนหยุดคิด

รายการ Inside Carrington
รายการ Inside Carrington

บทสนทนานอกสนามที่ทำให้บรรยากาศสัมภาษณ์มีชีวิต

ก่อนจะถึงชื่อของเบอร์บาตอฟ รายการเริ่มจากการแซว เวส บราวน์ ที่เพิ่งผ่านการตรวจหัวใจแบบเต็มขั้น เจ้าตัวเล่าว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกับเครื่องมือตรวจ วัดเส้นเลือด เจาะเลือด และเช็กร่างกายอย่างละเอียด แม้ผลยังไม่ออก แต่ทุกคนก็หยอกกันว่าบางทีเขาอาจได้ข่าวดีระดับ “หัวใจอายุ 25” กลับบ้านไปก็ได้

เวสตอบแบบคนผ่านโลกมาพอสมควรว่า “จริง ๆ ก็ลังเลเหมือนกันว่าจะตรวจดีไหม เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่แน่ใจหรอกว่าอยากรู้ทุกความจริงเกี่ยวกับร่างกายตัวเองหรือเปล่า แต่เมื่อไปถึงจุดที่ต้องดูแลตัวเองจริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้น”

นั่นทำให้ชื่อของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงโดยอัตโนมัติ เพราะถ้าจะมีใครสักคนที่ดูเหมือนอายุเดินช้ากว่าคนอื่น ชื่อนั้นก็คงหนีไม่พ้นอดีตกองหน้าชาวบัลแกเรียรายนี้

เวสบอกว่า “ทุกครั้งที่เห็นเบอร์บาตอฟในโซเชียล เขายังดูฟิต ดูนิ่ง ดูคม และดูเหมือนคนที่ยังดูแลร่างกายตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งโยคะ พิลาทิส และการออกกำลังกายหลายรูปแบบ เหมือนเวลาจะทำอะไรเขาได้ยากเหลือเกิน”

ตรงนี้เองที่บรรยากาศของรายการชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่านี่ไม่ใช่บทสัมภาษณ์แข็ง ๆ แบบถาม-ตอบ หากเป็นวงคุยของคนฟุตบอลที่รู้จักกันมานาน พูดกันด้วยความคุ้นเคย มีมุก มีการแซว และมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เรื่องเล่าทั้งหมดมีเลือดมีเนื้อ

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ยังคงติดตามพรีเมียร์ลีกและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่

เรื่องเล็ก ๆ ของวันแข่ง ที่สะท้อนความหมายของคำว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เฮเลนเล่าถึงอีกโมเมนต์หนึ่งที่ฟังดูเล็ก แต่มีความหมายมากสำหรับคนทำงานใกล้ชิดสโมสร เธอบอกว่าปกติในวันแข่งขัน ทุกคนต้องถึงสนามก่อนเวลาหลายชั่วโมงจนแทบไม่เคยได้สัมผัสอารมณ์แบบแฟนบอลจริง ๆ ที่ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แต่ในสัปดาห์ก่อน เธอได้ขับรถไปสนามพร้อมลูก ๆ หลังจากลูกสาวไปแข่งเน็ตบอลมา ระหว่างที่รถติดอยู่แถวนั้น เธอกลับรู้สึกว่าได้ซึมซับบรรยากาศบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมานาน มันทำให้เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของตราสโมสร และตระหนักอีกครั้งว่าการทำงานแทนเสียงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย

เลียมก็เห็นภาพนั้นเช่นกัน เขาบอกว่าทุกครั้งที่เจอเกมใหญ่ โดยเฉพาะก่อนคิกออฟ เขาจะพยายามถอดหูฟังออกข้างหนึ่งเพื่อฟังเสียงแฟนบอลให้ชัดที่สุด เพราะเสียงของโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยังเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้ว่า ฟุตบอลสโมสรแห่งนี้ไม่เคยเป็นแค่เกมธรรมดา

ทั้งหมดนั้นอาจดูเป็นเพียงบทเกริ่น แต่จริง ๆ แล้วมันปูอารมณ์ไว้ดีมากสำหรับช่วงสัมภาษณ์หลัก เพราะเมื่อชื่อของเบอร์บาตอฟดังขึ้นในสาย ทุกอย่างจึงไม่ได้เริ่มจากคำถามเย็นชาแบบทางการ แต่เริ่มจากอุณหภูมิของความเป็นกันเอง

เวส บราวน์ ร่วมวงอยู่ด้วย
เวส บราวน์ ร่วมวงอยู่ด้วย

“เขาเป็นคนเดียวที่อายุน้อยกว่าผม แต่สั่งให้ผมไปชงชาแล้วผมยอม”

เวส บราวน์ เปิดฉากต้อนรับเบอร์บาตอฟด้วยประโยคที่ทำให้ทุกคนหัวเราะทันที เขาบอกว่า “เบอร์บาตอฟคือคนเดียวที่อายุน้อยกว่าเขา แต่กลับสามารถสั่งให้เขาไปชงชาให้ แล้วเขาก็ยอมทำตามแบบไม่มีเงื่อนไข”

มุกนี้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองคนได้ดีพอ ๆ กับบทวิเคราะห์ฟุตบอลยาว ๆ เพราะมันสะท้อนว่า เบอร์บาตอฟไม่ใช่แค่อดีตเพื่อนร่วมทีม แต่เป็นคนที่มีออร่าเฉพาะตัว จนแม้แต่คนอย่างเวสก็ยังยอมก้มหัวให้แบบขำ ๆ

เบอร์บาตอฟตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบตามสไตล์ ก่อนจะอัปเดตชีวิตปัจจุบันของตัวเองว่า “เวลานี้เขาอยู่ที่บัลแกเรีย และกำลังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในด้านเยาวชนและกีฬา”

เขารีบอธิบายทันทีว่านี่ไม่ใช่การเข้าสู่โลกการเมืองแบบเต็มตัว แต่เป็นบทบาทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่เขาอยู่กับมันมาทั้งชีวิต นั่นคือกีฬา การพัฒนาเยาวชน และโอกาสของคนรุ่นใหม่ในประเทศบ้านเกิด

เบอร์บาตอฟบอกว่า “ผมทำงานกับมูลนิธิของตัวเองมาแล้ว 18 ปี จึงเข้าใจดีทั้งปัญหาและศักยภาพของเยาวชนในบัลแกเรีย ช่วงเวลาสองเดือนในบทบาทนี้จึงสำคัญมาก เพราะมันเปิดโอกาสให้เขาใช้ประสบการณ์จากฟุตบอลเข้าไปมีบทบาทกับเรื่องใหญ่ระดับประเทศ.

เวสฟังแล้วไม่แปลกใจเลย เขาบอกว่าถ้าไม่ใช่บทบาทใหญ่ในวงการกีฬา เบอร์บาตอฟก็คงไปไกลทางการแสดงอยู่ดี เพราะเจ้าตัวมีบุคลิกที่โดดเด่นพอจะทำอะไรได้มากกว่าการเป็นอดีตนักฟุตบอลธรรมดา ๆ

ชีวิตหลังเลิกเล่น และความหลอกตัวเองที่อดีตนักฟุตบอลทุกคนมีร่วมกัน

เมื่อถูกถามว่ายังเก็บสตั๊ดไว้เผื่อลงสนามอีกหรือไม่ เบอร์บาตอฟตอบทันทีว่า “นักฟุตบอลเก่าทุกคนคิดว่าตัวเองยังเล่นได้ นั่นคือความจริงข้อแรกที่ไม่มีใครอยากยอมรับ”

เขาหัวเราะก่อนบอกว่า “ถ้าถามในใจ เขายังเชื่อว่าตัวเองเล่นได้ 90 นาทีเต็ม แต่ถ้าถามในโลกความจริง คำตอบคงไม่สวยแบบนั้น ทุกวันนี้สิ่งที่พอเติมเต็มความรู้สึกเดิมได้คือเกมการกุศล เกมพิเศษของมูลนิธิ หรือแมตช์รวมตำนานที่ทำให้เขายังได้กลับไปสัมผัสสนามอีกครั้ง”

น้ำเสียงของเขาในช่วงนี้ไม่ใช่น้ำเสียงของคนเสียดายอดีต แต่เป็นคนที่เข้าใจอดีต และยังรักมันอยู่ โดยไม่ต้องพยายามหลอกตัวเองว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยู ล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยู ล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เบอร์บาตอฟกับแมนยูล่าสุด: “ตอนนี้มันกลับมาเป็นความสุขในการดูฟุตบอลอีกครั้ง”

เมื่อบทสนทนาเดินเข้าสู่แกนหลักที่แฟนบอลอยากฟังที่สุด เบอร์บาตอฟไม่อ้อมค้อม เขายืนยันว่าแม้วันนี้จะมีชีวิตอีกบทหนึ่งแล้ว แต่เขายังติดตามทุกทีมเก่าที่เคยเล่นให้ และทีมที่เขาเฝ้ามองใกล้ชิดที่สุดก็ยังคงเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เขามองว่าในช่วงต้นฤดูกาล ทีมเคยอยู่ในจุดที่ยากลำบากอย่างมาก แต่ภาพในเวลานี้เปลี่ยนไปแบบชัดเจน

“ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว นักเตะกำลังเล่นด้วยความเชื่อมั่น สนุกกับเกม และคุณมองออกเลยจากวิธีที่พวกเขาเคลื่อนที่ วิธีที่พวกเขาเล่นบอล และวิธีที่พวกเขาแสดงออกถึงความเชื่อใจกันในสนาม”

คำพูดของเบอร์บาตอฟมีน้ำหนัก เพราะเขาไม่ได้พูดถึงแค่ผลการแข่งขัน เขาพูดถึง “คุณภาพของฟุตบอล” ซึ่งเป็นสิ่งที่อดีตกองหน้าอย่างเขาให้ความสำคัญอย่างมาก

เขาบอกว่า แมนยูในช่วงนี้ไม่ได้ชนะด้วยความบังเอิญ ไม่ได้เป็นชัยชนะแบบอึดอัด หรือเล่นแย่แล้วเอาตัวรอดไปได้ แต่เป็นช่วงที่ทีมเริ่มเล่นฟุตบอลที่ดีจริง ๆ และนั่นทำให้มันกลับมาเป็นความสุขในการดูอีกครั้ง

สำหรับแฟนบอลที่ติดตาม ข่าวแมนยู ล่าสุด อยู่ทุกวัน นี่คือประโยคที่อธิบายภาพของทีมได้ชัดมาก เพราะมันสะท้อนทั้งฟอร์มในสนามและความรู้สึกของคนดูไปพร้อมกัน

เบอร์บาตอฟยังไม่ต้องการยกเครดิตให้ใครคนใดคนหนึ่งมากเกินไป เขายอมรับว่า “คุณจะพูดถึง บรูโน่, คาเซมิโร่, เชสโก้ หรือคนอื่น ๆ ก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือทั้งทีมกำลังกลับมาเล่นเพื่อกันและกันอีกครั้ง”

เขาบอกว่า  “เวลามองไปทางซ้าย ขวา หน้า หรือหลัง ทุกคนดูพร้อมจะวิ่งและคิดเพื่อทีม ความสอดประสานแบบนี้ต่างหากที่ทำให้เกมไหลลื่น และนั่นคือเหตุผลที่ตอนนี้แมนยูดูเป็นทีมที่มีชีวิตอีกครั้ง”

เชสโก้กำลังมาในจังหวะที่ถูกต้อง และความจริงอันโหดร้ายของตำแหน่งหมายเลข 9

เมื่อพูดถึง เบนจามิน เชสโก้ เบอร์บาตอฟเลือกใช้สายตาของอดีตกองหน้าโดยตรง เขาไม่ได้รีบยกย่องแบบเกินจริง แต่พูดในจังหวะที่พอดีและมีรายละเอียด

เขามองว่าหลายอย่างกำลังค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางสำหรับกองหน้ารายนี้ และเขาชอบที่มันพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะในโลกของกองหน้า ความมั่นใจไม่เคยเกิดขึ้นลอย ๆ แต่มันต้องถูกสร้างผ่านประตู

“เมื่อคุณยิงได้ ความมั่นใจก็มา สองอย่างนี้มันผูกติดกันเสมอ”

ประโยคนี้อาจเรียบง่าย แต่คือหัวใจของชีวิตกองหน้าอย่างแท้จริง เบอร์บาตอฟอธิบายต่อว่า เชสโก้กำลังหาตำแหน่งของตัวเองในทีมเจอ ต่อให้เริ่มจากม้านั่งสำรอง แค่การที่เขากำลังจะลงสนามก็เริ่มสร้างแรงกดดันให้แนวรับฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว และนั่นเป็นสัญญาณที่ดีมาก

เขายังย้ำด้วยประโยคที่ชัดเจนที่สุดช่วงหนึ่งของบทสัมภาษณ์ว่า สำหรับกองหน้า เขาไม่สนว่าประตูจะมาแบบไหน ขอแค่บอลเข้าไปอยู่ในตาข่ายก็พอ

เพราะในที่สุดแล้ว ชีวิตของหมายเลข 9 โดยเฉพาะในทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังหนีความจริงข้อเดิมไม่พ้น ต่อให้ฟุตบอลยุคใหม่บังคับให้กองหน้าต้องถอยต่ำ ต้องพักบอล ต้องเปิดพื้นที่ ต้องช่วยเกมรับ แต่ประโยคสุดท้ายยังเหมือนเดิมเสมอ: คุณต้องยิงประตู

เบอร์บาตอฟยังเตือนด้วยว่า ช่วงเวลาที่ยิงไม่ได้คือตอนที่นักเตะต้องแข็งแกร่งที่สุด และการที่เชสโก้เริ่มยิงได้ในตอนนี้ ก็บอกบางอย่างเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเขาได้ชัดว่ากำลังแข็งแรงขึ้น

ข่าวลือที่ไม่จริง และการให้เครดิตอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือในโลกออนไลน์ที่อ้างว่าเขาเข้าไปให้คำแนะนำกับเชสโก้โดยตรง เบอร์บาตอฟตอบแบบไม่เว้นช่องว่างให้ตีความว่า “ไม่เป็นความจริง”

เขาบอกว่า “ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทีมชุดปัจจุบัน และเครดิตทั้งหมดควรเป็นของโค้ช สตาฟฟ์ และคนทำงานกับนักเตะทุกวันมากกว่า”

นี่คือหนึ่งในจุดที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ดี เพราะแทนที่จะรับความดีความชอบจากข่าวลือ เขากลับเลือกวางทุกอย่างให้ตรงที่ควรอยู่ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ปิดประตู หากวันหนึ่งมีคนมาขอคำแนะนำ เขายินดีพูดแน่นอน เพราะอย่างไรเสีย เขาเคยผ่านแรงกดดันแบบนี้มาก่อน

บรูโน่คือกองกลางในฝันของกองหน้า
เบอร์บาตอฟยอมรับว่า บรูโน่คือกองกลางในฝันของกองหน้า

บรูโน่คือกองกลางในฝันของกองหน้า

เมื่อมีคำถามว่าถ้าในยุคของเขาได้เล่นกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เขาคิดว่าจะยิงได้อีกกี่ประตู เบอร์บาตอฟไม่ได้ตอบเป็นตัวเลข แต่ตอบด้วยความเข้าใจในเกมรุกอย่างแท้จริง

เขาชี้ไปที่จังหวะผ่านบอลของบรูโน่ในเกมล่าสุด ว่านั่นคือภาพแทนของกองกลางที่กองหน้าทุกคนอยากเล่นด้วย เป็นนักเตะที่มองไปข้างหน้าก่อนเสมอ กล้าจ่ายบอลเสี่ยง และกล้าแทงในจังหวะที่คนอื่นไม่กล้าทำ

สำหรับกองหน้า ผู้เล่นแบบนี้คือของขวัญ เพราะคุณรู้ว่าถ้าวิ่งถูกทาง บอลจะมาแน่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เรียกร้องให้คุณต้องพร้อมตลอดเวลาเช่นกัน เพราะถ้าอ่านเกมไม่ทัน ความสร้างสรรค์ของคนอย่างบรูโน่ก็จะเสียเปล่าในพริบตา

ดังนั้นในแง่ของ บรูโน่ แมนยู ล่าสุด เบอร์บาตอฟจึงไม่ได้มองแค่จำนวนแอสซิสต์ แต่มองถึงความคิดแรกของนักเตะคนนี้ที่ตั้งอยู่บนคำว่า “เดินเกมไปข้างหน้า” ตลอดเวลา

เบอร์บาตอฟในสายตาเวส บราวน์: “ซ้อมไม่กี่ครั้ง ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่มีปัญหาแน่”

เวส บราวน์ พูดถึงเบอร์บาตอฟในแบบที่คนในห้องแต่งตัวเท่านั้นจะรู้ดี เขาบอกว่า แม้ช่วงแรกอีกฝ่ายจะดูเงียบ ดูนิ่ง และดูเก็บตัว แต่หลังจากได้ซ้อมร่วมกันเพียงไม่กี่ครั้ง ทุกคนในทีมก็รู้ทันทีว่า นี่คือนักเตะที่ไม่มีทางหลงทางแน่

เหตุผลไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์ แต่เป็นเพราะมาตรฐานในการเล่นของเขาชัดมาก ทั้งรูปร่าง ความแข็งแกร่ง การเล่นกับบอล และที่สำคัญคือสัมผัสแรกที่แทบไม่ดูเหมือนคนกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันของสโมสรใหญ่เลยแม้แต่น้อย

คำชมจากเวสไม่ใช่คำชมตามมารยาท หากเป็นคำยืนยันจากคนที่เห็นด้วยตาตัวเองว่าความนิ่งของเบอร์บาตอฟ ไม่ได้หมายถึงความเฉื่อย แต่หมายถึงการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในจังหวะของตัวเอง

first touch ดีที่สุด
เบอร์บาตอฟ ขึ้นชื่อว่ามีจังหวะ first touch ที่ดีที่สุดในโลกคนนึง

“สัมผัสแรกไม่ใช่ทั้งหมด แต่คือสิ่งที่คุณทำต่อจากนั้น”

เมื่อถูกถามว่าใครมี first touch ดีที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมทีม เบอร์บาตอฟตอบแบบไม่พยายามยกตัวเองเป็นศูนย์กลาง เขาเอ่ยถึง ไรอัน กิ๊กส์ และ พอล สโคลส์ ว่าเป็นนักเตะที่สัมผัสบอลแรกยอดเยี่ยมมากเช่นกัน

แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือมุมมองของเขาต่อคำว่า “first touch” เขาบอกว่าการแตะบอลแรกที่ดีไม่ใช่ตอนจบของประโยค มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือหลังจากนั้นคุณทำอะไรต่อ คุณแก้ไขอย่างไรถ้าจับพลาด และคุณเปลี่ยนหนึ่งวินาทีนั้นให้เป็นความได้เปรียบได้หรือไม่

ในสายตาของเบอร์บาตอฟ ฟุตบอลจึงไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นงานศิลปะ สนามคือผืนผ้าใบ และนักเตะกำลังวาดบางอย่างลงไปด้วยเท้าของตัวเอง

สามคลิปที่อธิบายว่า “ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ” คือใคร

เมื่อรายการพูดถึงหนึ่งในจังหวะคลาสสิกที่สุดของเขา เบอร์บาตอฟยอมรับว่า เขายังกลับไปดูมันอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลามีลูก ๆ อยู่ด้วย เขาจะชี้ให้ดูแล้วบอกด้วยความภูมิใจว่า “นี่คือพ่อ”

เขาบอกอีกว่า หากวันหนึ่งมีใครถามว่าเขาเป็นนักเตะแบบไหน เขาอาจไม่อธิบายยืดยาว แต่จะยื่นให้ดู 3 คลิปแทน ได้แก่ แอสซิสต์สุดคลาสสิกริมเส้น, ลูกจักรยานอากาศใส่ลิเวอร์พูล และลูกชิพข้ามผู้รักษาประตูในเกมกับโมนาโก

เพราะสำหรับเขา ทั้งสามจังหวะนั้นไม่ใช่แค่ไฮไลต์ แต่เป็นการนิยามว่าเขาเล่นฟุตบอลอย่างไร คิดอย่างไร และมองเกมอย่างไร

เขาไม่วิ่งเพื่อเอาเสียงปรบมือ และนั่นคือความซื่อสัตย์ในแบบของเบอร์บาตอฟ

อีกประเด็นที่คมมากในบทสัมภาษณ์ คือช่วงที่พูดถึงภาพจำของเขาในสนาม ว่าเหตุใดเขาจึงไม่ใช่นักเตะแบบวิ่งไล่ทุกจังหวะจนหมดแรง

เบอร์บาตอฟตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า เพราะเขาไม่ชอบสิ่งที่ “ปลอม” เขาไม่ชอบการวิ่งไล่บอลแบบไม่มีทางทัน เพียงเพื่อให้แฟนบอลปรบมือแล้วชื่นชมในความทุ่มเทที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงในเกม

สำหรับเขา พลังงานมีไว้ใช้ในช่วงเวลาที่จำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะกับนักเตะที่พึ่งพาการด้นสด การอ่านเกม และการตัดสินใจในระดับเสี้ยววินาที ถ้าสมองไม่สด ทุกอย่างเหล่านั้นจะหายไปทันที

เขาเล่าว่าตัวเองดูหนังเยอะมากในช่วงหนึ่ง และอยากให้เกมของตัวเองมีความ “เท่” ในแบบนักกังฟู คือเก็บพลังไว้ แล้วปล่อยออกมาในจังหวะที่ถูกต้องที่สุด

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้จะไม่ใช่นักเตะที่วิ่งจนหญ้าพังทุกตารางนิ้ว แต่เบอร์บาตอฟกลับเป็นนักเตะที่ทำให้คนทั้งสนามร้อง “ว้าว” ได้ในวินาทีเดียว

ปาร์ค จี-ซอง
ปาร์ค จี-ซอง หนึ่งในตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นักเตะในเงามืด คือคนที่ทำให้ตัวรุกเปล่งแสง

เมื่อถูกถามถึงเพื่อนร่วมทีมที่เขาให้คุณค่ามากที่สุด เบอร์บาตอฟตอบอย่างน่าสนใจว่า เบื้องหลังทุกประตูสวย ทุกไฮไลต์ และทุกจังหวะที่คนดูจดจำ มักจะมีนักเตะอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในเงามืดเสมอ

เขาเอ่ยชื่อ เวส บราวน์, เนมานย่า วิดิช, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ พัค จี-ซอง ว่าเป็นคนประเภทนั้น คนที่พร้อมปะทะ พร้อมเสียสละ พร้อมทำงานหนัก และพร้อมส่งบอลไปให้พวกตัวรุกได้แสดงของ

ในมุมของเบอร์บาตอฟ นักเตะเหล่านี้อาจไม่ใช่คนที่ได้ไฟสปอร์ตไลต์บ่อยที่สุด แต่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมทีมถึงสมบูรณ์

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาไม่ได้เลือกประตู ไม่ได้เลือกแชมป์ แต่เลือก “วันเซ็นสัญญา”

คำถามสุดท้ายที่ทรงพลังที่สุดข้อหนึ่ง คือถ้าสามารถย้อนกลับไปใช้ชีวิตอีกครั้งในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ เบอร์บาตอฟจะเลือกตอนไหน

หลายคนอาจเดาไปที่เกมยิง 5 ลูก, เกมสำคัญ, วันที่ชูถ้วย หรือประตูในความทรงจำ แต่คำตอบของเขากลับไปไกลกว่านั้น

เขาเลือก “วันที่เซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

เหตุผลของเขาง่าย แต่หนักแน่น เขาบอกว่านั่นคือวันที่เขาพูดกับตัวเองว่า “ฉันมาถึงแล้ว” จากเด็กคนหนึ่งในประเทศเล็ก ๆ อย่างบัลแกเรีย ที่ค่อย ๆ ใช้พรสวรรค์และการทำงานหนักปีนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดได้มาถึงสโมสรที่เป็นยอดเขาสูงสุดในเส้นทางของตัวเอง

มันไม่ใช่แค่วันเซ็นกระดาษหนึ่งแผ่น แต่มันคือวันยืนยันว่าความฝันที่ดูไกลเกินเอื้อมในวันแรก กลายเป็นความจริงแล้ว

รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา อาจไม่ใช่ถ้วยแชมป์ แต่คือเสียง “ว้าว” จากแฟนบอล

ก่อนจบบทสนทนา เบอร์บาตอฟทิ้งประโยคที่สวยที่สุดไว้ประโยคหนึ่ง เขาบอกว่า ทุกครั้งที่ตัวเองทำอะไรพิเศษในสนาม แล้วได้ยินเสียงแฟนบอลร้อง “ว้าว” หัวใจของเขาจะกระโดดขึ้นทันที และในใจเขาจะพูดกับตัวเองว่า “ทำได้ดีมาก”

สำหรับเขา ฟุตบอลไม่เคยเป็นแค่เรื่องของสกอร์หรือผลการแข่งขัน แต่คือศิลปะ คือการสร้างช่วงเวลาที่คนดูจะกลับบ้านไปพร้อมความรู้สึกบางอย่าง และถ้าเด็กคนหนึ่งลุกขึ้นมาอยากเลียนแบบสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นในสนาม นั่นคือชัยชนะอีกแบบที่ล้ำค่ามาก

ทั้งหมดนี้ทำให้บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่บทสนทนากับอดีตกองหน้าคนหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนของนักเตะที่ยังคงมองฟุตบอลด้วยสายตาเดิม สายตาที่เห็นเกมเป็นทั้งการต่อสู้ ศิลปะ ความรับผิดชอบ และความทรงจำในเวลาเดียวกัน

และสำหรับคนที่ติดตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่าสุด อยู่เสมอ คำพูดของเบอร์บาตอฟครั้งนี้ก็น่าจะบอกได้ชัดพอว่า เขายังเชื่อในสิ่งเดียวกับแฟนบอลทุกคน นั่นคือ เมื่อแมนยูเล่นฟุตบอลได้ดีจริง ๆ สโมสรแห่งนี้จะกลับมาเป็นทีมที่ไม่ใช่แค่ชนะได้ แต่เป็นทีมที่ผู้คน “อยากดู” อีกครั้งอย่างแท้จริง

เช็กตารางบอลวันนี้ และดูบอลสดแบบรวมลิงก์ไว้ที่เดียว 👉 GoalDaddyTH.com

ข่าวแมนยู ล่าสุด

อัปเดตข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วิเคราะห์เจาะลึก ตลาดซื้อขาย และความเคลื่อนไหวทีมปีศาจแดง

เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยู ล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เบอร์บาตอฟเปิดใจถึง เชสโก้ บรูโน่ และ วันแห่งความฝันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

บทสัมภาษณ์พิเศษ: เบอร์บาตอฟเปิดใจถึงแมนยูล่าสุด เชสโก้ บรูโน่ และวันที่เขารู้ว่า “มาถึงยอดเขาแล้ว” บางคนเลิกเล่นไปนานแล้ว แต่ยังพูดเรื่องฟุตบอลได้เหมือนคนที่ไม่เคยเดินออกจากสนามไปไหน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ...

อัปเดต ข่าวแมนยู ล่าสุด นูสแซร์ มาซราอุย หายป่วยพร้อมลุยให้โมร็อกโก

อัปเดตแข้งผีลุยทีมชาติ มาซราอุยฟิต! เอ็มเบอโม่-เซสโก้ถอนทัพ

ข่าวแมนยู ล่าสุด: ส่องความเคลื่อนไหวแข้งผีแดงช่วงทีมชาติ! มาซราอุยคัมแบ็ก สองสตาร์ดังขอถอนตัว โดย: ทีมงาน Over-Score | อัปเดตข้อมูล:...

"ฮอยลุนด์" เผยสาเหตุฟอร์มฝืดกับแมนยู ก่อนคืนชีพที่นาโปลี

โทษสื่อผู้ดี! “ฮอยลุนด์” เผยสาเหตุฟอร์มฝืดกับแมนยู ก่อนคืนชีพที่นาโปลี

ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุด “ฮอยลุนด์” เปิดใจ! จวกสื่ออังกฤษทำชีวิตที่แมนยูพัง ชี้ความกดดันมหาศาลคือสาเหตุฟอร์มบ๊วย ลั่นคิดถูกที่หนีซบนาโปลี รายงาน ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุด จากอิตาลีระบุว่า ราสมุส...

Share your love

Stay informed and not overwhelmed, subscribe now!