Breaking News


Enter your email address below and subscribe to our newsletter

พรีเมียร์ลีก | สแตมฟอร์ด บริดจ์ | ส่งท้ายปี 2025
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดส่งท้ายปีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จบลงด้วยบรรยากาศอันอึดอัดของแฟนบอลเจ้าถิ่น เมื่อเชลซีภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ บอร์นมัธ 2-2 ทั้งที่มีช่วงเวลาหลายจังหวะซึ่งควรปิดเกมได้ ผลเสมอครั้งนี้ตอกย้ำฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอของ “สิงห์บลูส์” ซึ่งเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 7 เกมหลังสุดในทุกรายการ และเริ่มส่งสัญญาณอันตรายต่อการลุ้นพื้นที่ยุโรปในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
เกมเริ่มต้นอย่างดุดันเกินคาด และเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรก แฟนบอลได้เห็นถึง 4 ประตูแบบไม่มีช่วงพักหายใจ บอร์นมัธเป็นฝ่ายช็อกเจ้าถิ่นก่อนในนาทีที่ 6 จากลูกทุ่มไกลที่แนวรับเชลซีจัดการไม่เด็ดขาด ดาบิด บรูคส์ โหม่งจังหวะแรกติดเซฟของ โรเบิร์ต ซานเชซ แต่ยังตามซ้ำเข้าไปได้ ก่อนที่เชลซีจะตอบสนองอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 15 เมื่อ โคล พาลเมอร์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด หลังเอสเตเวาโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ แม้ จอร์จี้ เปโตรวิช จะอ่านทางถูกก็ตาม
ความมั่นใจของเจ้าถิ่นพุ่งขึ้นทันที และในนาทีที่ 22 เชลซีพลิกแซงนำ 2-1 จากหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดของเกม เอ็นโซ แฟร์นันด์ส ทำชิ่งกับ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ก่อนจะลากตัดเข้าในและยิงเสียบคานอย่างเฉียบขาด อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบนี้อยู่ได้เพียงไม่กี่นาที เมื่อบอร์นมัธตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 27 จากความผิดพลาดในเขตโทษของ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ที่สกัดบอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง จัสติน ไคลเวิร์ต แปเข้าไปแบบไม่ต้องจับ

เข้าสู่ครึ่งหลัง รูปเกมเป็นของเชลซีแทบทั้งหมด เจ้าบ้านครองบอล บีบพื้นที่ และพยายามเร่งจังหวะเข้าทำอย่างต่อเนื่อง โดยมีดาวรุ่งชาวบราซิลอย่าง เอสเตเวา เป็นตัวจุดประกายเกมรุก เขาเกือบกลายเป็นฮีโร่ในนาทีที่ 64 แต่ลูกยิงถูก จอร์จี้ เปโตรวิช ปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีจังหวะจ่ายทะลุช่องให้ เลียม ดีแลป ได้ลุ้น แต่แนวรับบอร์นมัธยังช่วยกันบล็อกได้ทัน
ช่วงท้ายเกม เชลซียังมีโอกาสทองอีกครั้งจาก เอ็นโซ แฟร์นันด์ส ที่ได้ยิงโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษ ทว่าเจ้าตัวกลับซัดหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย สะท้อนภาพรวมของเกมที่เจ้าบ้านทำได้ดีในเชิงการครองบอลและการสร้างโอกาส แต่ขาดความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายอย่างชัดเจน
ผลเสมอเกมนี้ทำให้เชลซีทำแต้มหลุดมือจากสถานการณ์ที่เป็นฝ่ายขึ้นนำคู่แข่งไปแล้วถึง 13 คะแนนในฤดูกาลเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทีมยังแก้ไม่ตก ไม่ว่าจะเป็นสมาธิในเกมรับ หรือความเฉียบคมในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูชัย ขณะที่ฝั่งบอร์นมัธ แม้จะไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นนัดที่ 10 แต่การบุกมาเก็บหนึ่งแต้มจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถือเป็นผลลัพธ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการหนีโซนล่างของตาราง
เกมเสมอกับบอร์นมัธอาจไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในเชิงตัวเลข แต่ในบริบทของฤดูกาล มันคืออีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำหรับเชลซีของ เอ็นโซ มาเรสก้า ว่าการครองบอลและการสร้างโอกาสไม่เพียงพอ หากไม่สามารถปิดเกมได้อย่างเด็ดขาด ก่อนเข้าสู่ปี 2026 สิงห์บลูส์จำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้โดยเร็ว ว่าจะเปลี่ยนความเหนือกว่าในสนามให้กลายเป็นชัยชนะอย่างสม่ำเสมอได้อย่างไร หากยังต้องการรักษาสถานะทีมลุ้นพื้นที่ยุโรปในพรีเมียร์ลีกต่อไป
อย่าพลาดทุกแมตช์สำคัญ! อัปเดตผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ พร้อมลิงก์ ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง