Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Man Utd

แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคไร้อโมริม ทำได้แค่เจ๊า “เบิร์นลีย์” 0-0

Share your love

แฟนโห่ลั่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด! แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคไร้อโมริม ทำได้แค่เจ๊า เบิร์นลีย์ 0-0 — แต้มหลุดมือคาบ้านต่อเนื่อง

Premier League | Crisis Watch & Transitional Era

การเริ่มต้น “ยุคหลังรูเบน อโมริม” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้มาพร้อมกับภาพของการปลดล็อกหรือแรงกระตุ้นใหม่อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง เมื่อทัพปีศาจแดงทำได้เพียงเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดเสมอกับ เบิร์นลีย์ ทีมรองบ๊วยของตาราง 0-0 ในคืนวันพุธที่ 7 มกราคม 2026 ท่ามกลางเสียงโห่กดดันที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จากอัฒจันทร์ สะท้อนความอดทนที่ใกล้หมดลงของแฟนบอล

ผลเสมอครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ยูไนเต็ดเก็บชัยชนะในลีกไม่ได้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แต่ยังตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวดว่า การปลดผู้จัดการทีมไม่ได้หมายความว่าปัญหาเชิงโครงสร้างในสนามจะหายไปในชั่วข้ามคืน

เกมแรกของ “เฟล็ทเชอร์” กับภารกิจที่หนักเกินตัว

เกมนี้เป็นการคุมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ในบทบาทผู้จัดการทีมขัดตาทัพ ซึ่งเจ้าตัวเลือกปรับบางตำแหน่งเพื่อเพิ่มพลังในแดนกลางและเกมรุก อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลอด 90 นาทีคือแมนฯ ยูไนเต็ดที่ “ครองเกมแต่ไม่ครองผลลัพธ์”

ปีศาจแดงครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน บุกกดดันต่อเนื่อง และพยายามเจาะแนวรับที่ตั้งลึกของเบิร์นลีย์ แต่ทุกอย่างหยุดอยู่ที่จังหวะสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ การจบสกอร์ หรือความเฉียบคมหน้าประตูที่หายไปอย่างน่าเป็นห่วง

Man Utd

โอกาสมากมาย แต่ไร้ความเด็ดขาด

แมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสยิงมากถึง 18 ครั้งในเกมนี้ โดย ราสมุส ฮอยลุนด์ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ต่างได้รับโอกาสจะแจ้งหลายครั้งในกรอบเขตโทษ ทว่าไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้แม้แต่ครั้งเดียว ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้ เจมส์ แทรฟฟอร์ด นายด่านเบิร์นลีย์ที่โชว์ฟอร์มระดับ Man of the Match เซฟสำคัญถึง 7 ครั้ง ช่วยทีมเยือนประคองแต้มล้ำค่าออกจากโรงละครแห่งความฝัน

อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของเจ้าบ้าน ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้าม แต่คือรูปแบบการเข้าทำที่ขาดไอเดียในจังหวะสุดท้าย การขึ้นเกมที่ช้าเกินไป และการเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษที่ไม่ดึงแนวรับออกจากตำแหน่ง

เกือบโดนเชือด: VAR ช่วยชีวิตผีแดง

ความอึดอัดของแฟนเจ้าถิ่นเกือบกลายเป็นฝันร้ายในนาทีที่ 85 เมื่อ ไลล์ ฟอสเตอร์ กองหน้าเบิร์นลีย์หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูแมนฯ ยูไนเต็ดเข้าไปแล้ว แต่ VAR เข้ามาตรวจสอบและจับล้ำหน้าแบบเฉียดฉิว ช่วยให้ปีศาจแดงรอดพ้นความพ่ายแพ้คาบ้านอย่างหวุดหวิด

จังหวะนี้ยิ่งตอกย้ำภาพสะท้อนของทีมในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะแม้จะครองเกมแทบทั้งหมด แต่กลับเป็นฝ่ายที่ต้องลุ้น “ไม่แพ้” ในช่วงท้ายเกมกับทีมโซนตกชั้น

Manchester United

เสียงโห่ที่ดังขึ้น: สัญญาณเตือนจากแฟนบอล

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ปฏิกิริยาจากอัฒจันทร์คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เสียงโห่ดังสนั่นทั่วโอลด์ แทรฟฟอร์ด สะท้อนความไม่พอใจที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่แค่กับผลการแข่งขันนัดนี้ แต่กับทิศทางของสโมสรในช่วงหลายฤดูกาลหลัง

สำหรับแฟนบอล ยูไนเต็ด การยิงประตูไม่ได้มา 2 นัดติดต่อกัน และทำได้เพียง 1 ประตูจาก 3 เกมลีกหลังสุด คือสิ่งที่ยากจะยอมรับ โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายของสโมสรยังถูกประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า “ต้องกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก”

ตัวเลขที่ไม่โกหก: วิกฤตเกมรุก

สถิติหลังเกมยิ่งตอกย้ำปัญหาเชิงลึกของทีม เกมนี้แมนฯ ยูไนเต็ดเปลี่ยนโอกาสยิง 18 ครั้งเป็นศูนย์ประตู และหากมองย้อนไป 3 นัดหลังสุด พวกเขาทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับขุมกำลังและงบประมาณของสโมสรระดับนี้

ผลเสมอทำให้ยูไนเต็ดยังคงรั้งอันดับ 6 ของตาราง มี 32 คะแนน ตามหลัง ลิเวอร์พูล อันดับ 4 อยู่ 3 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด นั่นหมายความว่าเส้นทางสู่ท็อปโฟร์เริ่มแคบลงเรื่อย ๆ และไม่เปิดโอกาสให้พลาดบ่อยเหมือนที่ผ่านมา

เบิร์นลีย์: แต้มเล็ก ๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่

ในมุมของเบิร์นลีย์ ผลเสมอครั้งนี้คือความสำเร็จอย่างแท้จริง ทีมของ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เก็บคลีนชีตเกมเยือนได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 นัด และคว้าแต้มสำคัญในการดิ้นรนหนีตกชั้น ท่ามกลางโปรแกรมที่หนักหน่วงในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

ความมีวินัย เกมรับที่เป็นระบบ และความอดทน คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดพร้อมแต้มในกระเป๋า ขณะที่เจ้าบ้านต้องกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง

บทสรุป: เปลี่ยนกุนซือแล้ว… แต่ปัญหายังอยู่

เกมนี้คือหลักฐานชัดเจนว่า ปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้หยุดอยู่ที่ชื่อของผู้จัดการทีมเพียงคนเดียว แต่คือระบบ ความต่อเนื่อง และโครงสร้างการเล่นที่ต้องการเวลามากกว่านี้ในการรีเซ็ต

ในช่วงเวลาที่สโมสรยังอยู่ระหว่างการมองหากุนซือชั่วคราวหรือถาวร เสียงโห่จากแฟนบอลคือแรงกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากผลงานในสนามยังไม่เปลี่ยนแปลง คำว่า “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” อาจไม่เพียงพอจะใช้เป็นข้ออ้างได้อีกต่อไป

อย่าพลาดทุกแมตช์สำคัญ! อัปเดตผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ พร้อมลิงก์ ดูบอลสด ครบทุกลีกดัง

Share your love

Stay informed and not overwhelmed, subscribe now!