Breaking News


รีซ เจมส์ เปิดใจ! เชลซีต้องโทษตัวเอง หลังพ่ายวิลล่าคาบ้าน

ลีดส์ พลิกล็อกถล่ม เชลซี 3-1 หลุดพ้นโซนตกชั้น





Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Premier League | Match Report — ESPN Insider Style
เบรนท์ฟอร์ด ภายใต้การคุมทีมของ คีธ แอนดรูว์ส เดินหน้าสร้างความประหลาดใจให้กับพรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดรังจีเทค คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม ไล่ถล่ม ซันเดอร์แลนด์ 3-0 แบบขาดลอย โดยมี อิกอร์ ติอาโก้ ดาวยิงฟอร์มฮอตเป็นพระเอก เหมาคนเดียวสองประตู พาทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญ พร้อมกระโดดขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตารางอย่างสง่างาม และกลายเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดของฤดูกาลนี้
ชัยชนะนัดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ แต่คือภาพสะท้อนของทีมที่มีระบบชัดเจน ความมั่นใจเต็มเปี่ยม และกองหน้าที่อยู่ในช่วงพีกที่สุดของอาชีพ ซึ่งกำลังเปลี่ยน “ทีมกลางตาราง” ให้กลายเป็นผู้ท้าชิงพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอย่างจริงจัง
รูปเกมในช่วงต้นเป็นไปอย่างสูสี ซันเดอร์แลนด์พยายามตั้งเกมรุกด้วยความเร็วของแนวรุกริมเส้น ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดเน้นการครองบอลอย่างมีวินัย รอจังหวะสวนกลับที่แม่นยำ และความแตกต่างก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพระดับสูงของเกมรุกเจ้าบ้าน
วิตาลี่ ยาเนลต์ แทงบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำให้ อิกอร์ ติอาโก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนที่ดาวยิงชาวบราซิลจะโชว์ความเยือกเย็น แตะหลบผู้รักษาประตูแล้วซัดเข้าไปแบบไม่ต้องลุ้น ส่งให้เบรนท์ฟอร์ดขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูที่ 15 ของเขาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
หลังได้ประตู เบรนท์ฟอร์ดยังคงคุมจังหวะเกมได้ดี ไม่เร่ง ไม่ผลีผลาม และปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ต้องเป็นฝ่ายไล่บอล ซึ่งยิ่งทำให้ทีมเยือนเริ่มเสียรูปเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ

จุดเปลี่ยนที่แท้จริงของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 60 เมื่อซันเดอร์แลนด์ได้โอกาสทองจากลูกจุดโทษ ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นประตูได้ เกมอาจกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง ทว่า เอ็นโซ เลอ เฟ กลับตัดสินใจยิงแบบ “ปาเนนก้า” ชิปบอลเข้ากลางประตู และถูก ควีวิน เคลเลเฮอร์ อ่านทางออก รับไว้ได้อย่างง่ายดาย
จังหวะนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเซฟจุดโทษธรรมดา แต่คือการทำลายความหวังและความมั่นใจของทีมเยือนอย่างชัดเจน ในขณะที่ฝั่งเบรนท์ฟอร์ดกลับได้พลังบวกเพิ่มขึ้นทันที
เพียง 5 นาทีหลังจากจุดโทษที่พลาด เบรนท์ฟอร์ดก็ขยับหนีเป็น 2-0 จากเกมรุกที่เฉียบขาด เควิน ชาเด้ โหม่งตั้งจากลูกเปิดด้านข้างให้ อิกอร์ ติอาโก้ โฉบมาโหม่งเปลี่ยนทางเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 16 ของเขาในลีก และตอกย้ำสถานะหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีกเวลานี้
ซันเดอร์แลนด์พยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวเชิงรุก แต่ยิ่งเปิดพื้นที่มากเท่าไร ก็ยิ่งเข้าทางเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นเกมโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในนาทีที่ 73 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูตอกฝาโลงเป็น 3-0 จาก เยฮอร์ ยาร์โมลิวค์ ที่ยิงซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป เป็นประตูแรกของเขากับสโมสร ท่ามกลางเสียงเฮกึกก้องของแฟนบอล
ฟอร์มการยิงประตูของ อิกอร์ ติอาโก้ พาเขาสร้างประวัติศาสตร์ทันที เมื่อกลายเป็นนักเตะชาวบราซิลที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกต่อหนึ่งฤดูกาลได้มากที่สุด ด้วยจำนวน 16 ประตู แซงหน้าสถิติเดิมของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ อย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน ควีวิน เคลเลเฮอร์ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งฮีโร่เงียบของทีม ด้วยการเซฟจุดโทษในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 4 จาก 6 ครั้งที่ต้องเผชิญ สถิติดังกล่าวสะท้อนถึงความมั่นใจและความนิ่งในเกมใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของทีมที่กำลังไล่ล่าพื้นที่ยุโรป
ชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ทำให้เบรนท์ฟอร์ดมีเพิ่มเป็น 33 คะแนน แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตาราง โดยตามหลังลิเวอร์พูลในพื้นที่ท็อปโฟร์เพียงแต้มเดียวเท่านั้น และที่สำคัญคือฟอร์มโดยรวมของทีมดูมีความสม่ำเสมอมากขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับซันเดอร์แลนด์ ความพ่ายแพ้นัดนี้คือบทเรียนราคาแพง พวกเขามีช่วงเวลาที่สามารถกลับสู่เกมได้ แต่ความผิดพลาดในจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะลูกจุดโทษที่พลาด กลายเป็นจุดที่ทำให้เกมไหลออกจากมืออย่างรวดเร็ว
เบรนท์ฟอร์ดในฤดูกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมสร้างสีสันอีกต่อไป แต่กำลังแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทีมที่แข็งแรง แผนการเล่นที่ชัดเจน และดาวยิงระดับท็อปที่สามารถตัดสินเกมได้ด้วยตัวเอง หากพวกเขารักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป การลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกอาจไม่ใช่แค่ความฝัน
และในค่ำคืนนี้ ไม่มีใครเหมาะสมกับคำว่า “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปมากกว่า อิกอร์ ติอาโก้ — ศูนย์หน้าที่กำลังเขียนเรื่องราวบทใหม่ให้กับเบรนท์ฟอร์ดในพรีเมียร์ลีก
แฟนบอลตัวจริงต้องไม่พลาด อัปเดตผลบอลเมื่อคืน พร้อมลิงก์ ดูบอลสดวันนี้ ฟรี ไม่มีสะดุด