Breaking News



Popular News





Enter your email address below and subscribe to our newsletter

Transfer Market | In-depth + Analysis
ตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม 2026 เริ่มขยับจาก “ข่าวลือประจำหน้าหนาว” ไปสู่โหมดที่จับต้องได้มากขึ้น เมื่อรายงานจากฝั่งเยอรมันโยงชื่อ เรอัล มาดริด เข้าหา นิโก้ ชล็อตเทอร์เบ็ค (Nico Schlotterbeck) เซ็นเตอร์แบ็กเท้าซ้ายของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบจริงจัง ภายใต้ฉากหลังที่เป้าหมายเดิมอย่าง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กำลังจะลงเอยด้วยการต่อสัญญาใหม่กับ บาเยิร์น มิวนิค และทำให้ “แผนดึงฟรีเอเย่นต์” ของมาดริดต้องถูกรีเซ็ตในทันที
จุดน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การแย่งตัวผู้เล่นระดับท็อปเท่านั้น แต่คือ “เกมอำนาจต่อรอง” ระหว่างสามฝ่ายที่มีแรงจูงใจต่างกันอย่างชัดเจน: มาดริดต้องการกองหลังระดับหัวแถวเพื่อยกคุณภาพและลดความเสี่ยงจากอายุ–อาการเจ็บของแกนหลัก, บาเยิร์นมองหาชิ้นส่วนระยะยาวในแนวรับและไม่อยากปล่อยพื้นที่ให้คู่แข่งยุโรป, ส่วนดอร์ทมุนด์เองต้องปกป้องสินทรัพย์สำคัญที่สัญญาเหลือถึงปี 2027 แต่เริ่มเข้าสู่ช่วงที่ “ถ้าจะต่อ ต้องปิดดีลให้ได้เร็ว” และ “ถ้าจะขาย ต้องขายให้คุ้มและขายให้ถูกที่”

ตามกระแสรายงาน มาดริดเคยวางหมากไว้ชัดว่าอยากดึงตัวอูปาเมกาโน่ในจังหวะที่คุ้มที่สุด โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการรอจนถึงซัมเมอร์แล้วเดินเกมแบบ “ค่าเหนื่อย + โบนัสเซ็นฟรี” ที่สโมสรใหญ่ถนัดทำกับผู้เล่นระดับท็อป แต่เมื่อฝั่งบาเยิร์นขยับเข้าหาการต่อสัญญาอย่างจริงจัง โครงสร้างแผนนี้จึงแทบจะถูกปิดประตูทันที เพราะมาดริดไม่ใช่ทีมที่จะยอมไล่ซื้อตัวด้วยราคาพรีเมียมแบบไม่จำเป็น หากมองว่ามีตัวเลือกที่เหมาะกว่าในเชิงสเปกและงบประมาณ
และนั่นทำให้ชื่อของชล็อตเทอร์เบ็ค “เด้งขึ้นมา” ในฐานะตัวเลือกที่เข้ากับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุที่อยู่ในช่วงพีค, ความเป็นกองหลังเท้าซ้ายซึ่งหายากในระดับเอลีต, ความเร็วและการคุมพื้นที่ด้านหลังเมื่อทีมดันไลน์สูง รวมถึงคาแรกเตอร์ผู้นำที่มักถูกพูดถึงเวลาเกมใหญ่ — คุณสมบัติที่มาดริดมองว่าเป็นทางออกระยะกลางถึงยาวมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หากมองในมุมฟุตบอลสมัยใหม่ เซ็นเตอร์แบ็กของทีมลุ้นแชมป์ยุโรปไม่ได้มีหน้าที่แค่สกัดบอลหรือชนะลูกกลางอากาศ แต่ต้องเป็น “จุดเริ่มเกมรุก” ได้ด้วย โดยเฉพาะทีมอย่างมาดริดที่มักต้องเจอกับคู่แข่งตั้งบล็อกต่ำและพยายามตัดจังหวะกลางสนาม การมีเซ็นเตอร์แบ็กเท้าซ้ายที่กล้าออกบอล กล้าแทงไลน์ และสามารถพาบอลหนีเพรสได้ คือความได้เปรียบเชิงโครงสร้างแบบยาวๆ มากกว่าความหวือหวาในไฮไลท์
ชล็อตเทอร์เบ็คอยู่ในกลุ่มกองหลังที่สามารถยืนได้ทั้งเซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายในแผงหลัง 4 และบทบาทเซ็นเตอร์ด้านซ้ายในหลัง 3 ซึ่งทำให้เข้ากับ “ยุคของโค้ชสายระบบ” ได้ไม่ยาก นี่เป็นเหตุผลที่ชื่อของเขาถูกโยงเข้ากับหลายยักษ์ใหญ่เป็นระยะ และยิ่งเมื่อมีบริบทเรื่องความฟิตของแกนหลักมาดริด — ทั้ง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ ดาวิด อลาบา ที่อายุเพิ่มขึ้นและมีประวัติเจ็บสะสม — การเติมกองหลังระดับท็อปที่พร้อมใช้งานทันทีจึงเป็นเรื่องที่สโมสรต้องคิดแบบจริงจัง

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ข่าวนี้มีน้ำหนักในเชิงตลาด คือสัญญาของชล็อตเทอร์เบ็คที่เหลือถึงปี 2027 ซึ่งฟังดูเหมือนยังเหลือเวลา แต่ในโลกของดีลระดับ 50–70 ล้านยูโร มันคือช่วงที่สโมสรต้องตัดสินใจแล้วว่าจะ “ต่อให้ได้” หรือ “ขายให้คุ้ม” เพราะถ้าปล่อยให้ลากยาวไปจนเหลือ 12–18 เดือน อำนาจต่อรองจะเริ่มไหลไปอยู่ฝั่งนักเตะและทีมที่ยื่นซื้อทันที
รายงานบางกระแสชี้ว่าดอร์ทมุนด์พร้อมยื่นสัญญาแบบยกระดับสถานะให้เป็นแกนหลักของโครงการ พร้อมตัวเลขค่าเหนื่อยระดับท็อปของทีม เพื่อโน้มน้าวให้อยู่ต่อ แต่ปัญหาของดอร์ทมุนด์ในภาพใหญ่คือ “การการันตีความสำเร็จ” และ “ความลึกของทีม” ที่ยังไม่เท่าทีมลุ้นแชมป์ยุโรประดับสูงสุด ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญต่อผู้เล่นที่เข้าสู่ช่วงพีคและอยากยกระดับเส้นทางอาชีพ
ถึงแม้บาเยิร์นจะเป็นปลายทางที่สมเหตุสมผลในเชิงฟุตบอลและโอกาสแชมป์ แต่สำหรับดอร์ทมุนด์ นี่คือดีลที่มี “ต้นทุนทางภาพลักษณ์” สูงเสมอ เพราะการปล่อยแกนหลักให้คู่แข่งร่วมลีกเท่ากับยอมเพิ่มระยะห่างการลุ้นแชมป์แบบตรงๆ ดังนั้นหากมาดริดเดินเกมจริง ดอร์ทมุนด์มีแนวโน้มจะเปิดโต๊ะคุยมากกว่า เนื่องจากได้ทั้งค่าตัวที่ดีและลดแรงเสียดทานจากแฟนบอลในประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ทำให้มาดริดถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่ง “ได้เปรียบ” แบบธรรมชาติ เพราะมีทั้งแรงดึงดูดของแบรนด์ สโมสรที่การันตีลุ้นแชมป์รายการใหญ่ และยังสอดคล้องกับความต้องการของดอร์ทมุนด์เรื่องการขายออกนอกเยอรมนี
ต่อให้ดีลอูปาเมกาโน่ขยับไปทางการต่อสัญญาจริง บาเยิร์นก็ยังมีเหตุผลที่จะ “จับตา” ชล็อตเทอร์เบ็คต่อไป เพราะแนวรับของทีมระดับนี้ต้องคิดล่วงหน้าเป็นรอบๆ ไม่ใช่คิดแค่ฤดูกาลเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีตัวแปรอย่างอาการเจ็บ ความสม่ำเสมอ และอนาคตของกองหลังบางรายที่ยังไม่ชัดเจนในระยะยาว การมีตัวเลือกชั้นดีในลิสต์จึงเป็นเรื่องปกติของทีมที่ต้องการรักษามาตรฐานการลุ้นแชมป์ทุกปี
แต่สิ่งที่บาเยิร์นอาจสู้ยากกว่าในรอบนี้คือ “แรงจูงใจของนักเตะ” หากชล็อตเทอร์เบ็คมองว่าการย้ายไปมาดริดคือการกระโดดขึ้นไปอีกระดับทั้งในแง่ชื่อเสียงและเวที UCL บางครั้งต่อให้บาเยิร์นมีข้อเสนอที่มั่นคงกว่า การแข่งขันก็ไม่ได้วัดกันที่เงินอย่างเดียว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ดีลนี้น่าติดตาม
ตัวเลขค่าตัวที่ถูกพูดถึงในระดับ 50–70 ล้านยูโร สะท้อนว่าดอร์ทมุนด์มองชล็อตเทอร์เบ็คเป็นสินทรัพย์ระดับท็อป และจะไม่ปล่อยง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นตลาดมกราคมที่มักมี “ภาษีหน้าหนาว” เพิ่มจากความเร่งด่วนของผู้ซื้อ แต่ในอีกด้าน มาดริดเองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่ต่อรองแข็ง ไม่ชอบจ่ายเกินมูลค่า และมักเลือกจังหวะที่ได้เปรียบที่สุด
ดังนั้นความเป็นไปได้ที่ดู “สมเหตุสมผล” มากกว่าคือ การเริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจกับเอเย่นต์และตัวนักเตะในเดือนมกราคม เพื่อปูทางดีลซัมเมอร์ 2026 ที่ทั้งค่าตัวและโครงสร้างสัญญาจะจัดการได้ง่ายกว่า เว้นแต่มาดริดจะมองว่าปัญหาแนวรับเร่งด่วนจริงจนต้องยอมเปิดกระเป๋าในทันที
เมื่อภาพรวมทุกชิ้นถูกวางบนโต๊ะ ดีลชล็อตเทอร์เบ็คจึงเป็นมากกว่า “ข่าวลือซื้อขาย” แต่มันคือการชนกันของยุทธศาสตร์: มาดริดต้องการรีเฟรชแนวรับให้เข้ากับฟุตบอลดันไลน์สูงและลดความเสี่ยงจากอายุ–อาการเจ็บ, บาเยิร์นไม่อยากเสียพื้นที่ทางอำนาจในตลาดกองหลังเยอรมัน, ดอร์ทมุนด์ต้องเลือกเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุดทั้งเชิงกีฬาและการเงิน ส่วนตัวนักเตะเองอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องคิดถึงเวทีใหญ่และโอกาสแชมป์
ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่ได้เกิดในตลาดหน้าหนาวแบบทันทีทันใด แต่ถ้าข่าวเรื่องอูปาเมกาโน่ “ปิดดีลต่อสัญญา” จริง นั่นจะยิ่งผลักให้ชล็อตเทอร์เบ็คกลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงหนักขึ้นเรื่อยๆ และไม่แปลกเลยหากซัมเมอร์ 2026 จะเป็นจุดตัดสินของสงครามนอกสนามครั้งนี้
แฟนบอลตัวจริงต้องไม่พลาด อัปเดตผลบอลเมื่อคืน พร้อมลิงก์ ดูบอลสดวันนี้ ฟรี ไม่มีสะดุด